ค้นหา 
เก็บข่าวเข้าแฟ้ม
...
จังหวัดสิงห์บุรี จัดพิธีพุทธาภิเษกสิ่งศักดิ์สิทธิ์และวัตถุมงคล ณ วิหารพระอาจารย์ 17 คนอ่าน  
.
.

       วานนี้ (2 กรกฏาคม 2558) เวลา 15.00 ที่ วิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ วัดโพธิ์เก้าต้น อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี จุดเทียนในพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล โดย นาย ชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็น ประธานในพิธีฝ่ายฆราวาสเป็นผู้อัญเชิญไฟถวายเจ้า พระภาวนาพรหมคุณ (หลวงพ่อเมตตานุศาสน์) เจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอพรหมบุรี พระครูประจิตรธรรมโชติ เจ้าอาวาสวัดบางพาน หลวงพ่อสุวรรณ ถิรสทโธ วัดยาง และ พระครูประกาศิตธรรมคุณ จุดเทียนพุทธาภิเษก และสวดคาถา เริ่มพิธี พุทธาภิเษกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจริญจิตภาวนา ปลุกเสกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจริญจิตภาวนา

 

       ทั้งนี้ วัดโพธิ์เก้าต้น ได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลเป็น ผ้ายันต์ค่ายบางระจัน 2,000 ผืน ที่จะได้แผ่พุทธานุภาพ พุทธบารมี ความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ บันดาลโชคลาภ แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งหลายทั้งปวง และให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา ซึ่งเป็นวันที่มีการรวมตัวกันของชาวค่ายบางระจันในการต่อสู้กับทหารพม่า ในครั้งนั้นชาวค่ายบางระจันรบกับทหารพม่าและเอาชนะทหารพม่าได้ถึง 7 ครั้ง ก่อนที่จะพ่ายแพ้ในการรบครั้งที่ 8 เมื่อวันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือน 7 ปีจอ ซึ่งตรงกับวันนี้ที่ 2 กรกฎาคม 2558 เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ประชาชนชาวค่ายบางระจันต้องเสียสละชีวิตมากมาย นับเป็นรอยบอบช้ำที่คนไทยจดจำกันมาเป็นเวลานาน ในการสูญเสียดังกล่าว ถึงแม้ว่าค่ายบางระจันจะแตกและพ่ายแพ้ต่อทหารพม่าก็ตาม เหตุการณ์ในครั้งนั้นถือเป็นวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ที่คนไทยทั้งชาติ โดย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และนายพจน์ เอกอนันต์ถาวร นายอำเภอค่ายบางระจัน นำพุทธศาสนิกชนจังหวัดสิงห์บุรีร่วมประกอบพิธีในครั้งนี้อย่างเนืองแน่น ซึ่งจะมีพิธีพุทธาภิเษกไปจนถึงในเวลา 17.00 น. มีพิธีอธิษฐานจิตอุทิศแด่วีรชนค่ายบางระจัน หลังจากนั้นจึงจะเปิดให้บูชาผ้ายันต์ค่ายบางระจัน (สำนักข่าวกรมประชาสัมันธ์ 3 กรกฏาคม 2558)



.
. ผู้บันทึก: mbj เมื่อ 2015-07-03 09:00:00.
.
 
  กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ [ 0 ความเห็น ]
  ช่างทำต้นเทียนพรรษา ชุมชนวัดบูรพา จังหวัดอุบลราชธานี เริ่มลงมือทำต้นเทียนพรรษาปร [ 0 ความเห็น ]
  นายกฯสั่งวธ.-ศธ.ผลิตหนังสือประวัติศาสตร์อ่านง่าย [ 0 ความเห็น ]
  'เรือโบราณ'โผล่ลำเซบาย ชาวบ้านแห่บูชากราบไหว้ [ 0 ความเห็น ]

เรื่องเก่าเล่าสู่
...
ตำนานวัดบางระโหง 1279 คนอ่าน  
.
.

          ตำนานวัดบางระโหงที่ตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี เล่าว่าคนมอญ (บางคนว่าคนจีน) ที่อพยพจากหงสาวดีได้สร้างวัดนี้ เดิมมีเสาหงส์อยู่หน้าวัดพร้อมทั้งเจดีย์คู่ และสิงโต หลวงพ่อใหญ่ในอุโบสถและหลวงพ่อขาวในพระวิหารนั้นศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะ เวลาแม่ค้าพายเรือผ่านหน้าวัด มักตั้งจิตอธิษฐานแล้ววักน้ำมาลูบเนื้อลูบตัว เชื่อว่าจะค้าขายดี



.
. ผู้บันทึก: staff เมื่อ 2013-02-15 11:00:00.
.
 
  ก่อนจะถึงฟิกซ์เกียร์ [ 0 ความเห็น ]
  คือว่า...นั่นมันไม่ใช่... [ 0 ความเห็น ]
  ใครว่าเค้าแกล้ง ? [ 0 ความเห็น ]
  จะได้จำกันได้..ไง.. [ 0 ความเห็น ]

ภาคสนาม
...
มลายูบางกอก:ที่มา การกระจายตัว และวัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลง 136 คนอ่าน  
.
.

ณัฐวิทย์ พิมพ์ทอง

 

 

       เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๘ วารสารเมืองโบราณ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ร่วมกับร้านหนังสือริมขอบฟ้า ได้จัดกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ มลายูบางกอก:ที่มา การกระจายตัว และวัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลงขึ้น โดยการเสวนาครั้งนี้ถือเป็นการเปิดโฉมหน้าใหม่ของวารสารเมืองโบราณในโอกาสขึ้นสู่ปีที่ ๔๑ ซึ่งเปิดพื้นที่เพื่อนำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์สังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยฉบับแรกนั้นเป็นการนำเสนอเรื่องราวภูมิวัฒนธรรมของปัตตานี การหาอยู่หากินในอ่าว และการเมืองในคาบสมุทรมลายูที่ส่งผลต่อการโยกย้ายถิ่นครั้งใหญ่เข้ามาอยู่ยังบางกอกในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ชาวมลายูในบางกอกในวันนี้เป็นเช่นไร วิทยากรสองท่าน คือ คุณศุกรีย์สาเร็ม นักวิชาการอิสลามศึกษา และคุณมนตรี ยะรังวงศ์ กรรมการชุมชนสุเหร่าบ้านดอน ได้มาร่วมพูดคุยและให้ภาพในประเด็นดังกล่าว

 

ตลอดแนวคลองแสนแสบ ประกอบด้วยชุมชนมุสลิมมลายูปัตตานี-ไทรบุรี จำนวนมาก

มลายู-มลายูบางกอก

       ประเด็นแรกคือความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่า “มลายู” โดยคุณศุกรีย์สาเร็มนิยามคำนี้ว่าเป็นชื่อเรียกกลุ่มคนซึ่งโดยมากมีถิ่นฐานอยู่ในแหลมมลายู รวมถึงหมู่เกาะต่างๆเช่น ชวา สุมาตรา ตลอดจนเขตชายฝั่งประเทศเวียดนามและทะเลสาบเขมร ซึ่งเดิมผู้คนเหล่านี้นับถือศาสนาพุทธและฮินดู พอหลังจากพุทธศตวรรษที่ ๑๘ จึงเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามกันมากขึ้น และมีส่วนน้อยที่นับถือศาสนาอื่น จนดูเหมือนว่าผู้ที่เป็นชาวมลายูก็คือคนที่นับถือศาสนาอิสลาม และผู้ที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามมักถูกมองว่าไม่ใช่คนมลายู ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง คนมลายูเหล่านี้ถือว่าเป็น “คนทะเล” และมีความชำนาญในการเดินเรือ ปัจจุบันได้กระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลกกว่า ๕๐ ประเทศ

       ส่วนคำว่า “มลายูบางกอก” เป็นคำเรียกกลุ่มคนมลายูที่อพยพเข้ามาอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลซึ่งเกิดขึ้นหลายระลอกในหน้าประวัติศาสตร์นับเป็นผลพวงจากศึกสงครามระหว่างสยามกับหัวเมืองปักษ์ใต้ซึ่งอาจแบ่งได้ดังนี้

 

มลายูกลุ่มเก่า

       จากหลักฐาน เช่น คำให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม ยืนยันถึงการเข้ามาของชาวมลายูในสมัยอยุธยาทั้งที่มาทำการค้าขายและเป็นทาส หรือเป็นกำลังไพร่พลในกองอาสาจามกระทั่งหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ ใน พ.ศ. ๒๓๑๐ บรรดาชาวมลายูทั่วไปที่ถูกเรียกว่า “แขกแพ”ได้เคลื่อนย้ายเข้ามาลงหลักปักฐานอยู่บริเวณปากคลองบางหลวง ฝั่งตรงข้ามพระบรมหาราชวัง ดังจะเห็นว่าปัจจุบันมีมัสยิดต้นสน มัสยิดกุฎีขาว กุฎีเจริญพาศน์กุฎีปลายนา เป็นศูนย์กลางของชุมชนส่วนกองอาสาจามภายหลังจากสงคราม ๙ ทัพใน พ.ศ. ๒๓๒๘ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งชุมชนอยู่บริเวณป่าไผ่แถบทุ่งพญาไทหรือบริเวณที่เป็นชุมชนมุสลิมบ้านครัวในทุกวันนี้

การเรียนศาสนาถือเป็นกุญแจสำคัญของการอยู่ในสังคมเมืองใหญ่

 

มลายูกลุ่มใหม่

       หลังจากสงคราม ๙ ทัพ ในปีถัดมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯ ให้กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทไปตีหัวเมืองปักษ์ใต้คืนมาจากพม่า ครั้งนั้นได้ตีหัวเมืองปัตตานีที่แข็งเมืองแล้วนำครัวชาวมลายูปัตตานีขึ้นมาไว้ยังกรุงเทพฯโดยโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งถิ่นฐานกระจายอยู่รอบกรุงเทพฯ ชั้นใน ส่วนบรรดาช่างฝีมือได้ตั้งรกรากอยู่บริเวณมัสยิดจักรพงษ์ ซึ่งแต่เดิมพื้นที่แถบนี้เคยมีชื่อว่าชุมชนบ้านแขกตานี แต่ปัจจุบันเหลือเพียงชื่อถนนตานีเท่านั้น

       นอกจากนี้ยังมีการอพยพของชาวมลายูเข้ามาอีกหลายระลอกตามช่วงที่มีศึกสงครามรวมทั้งสิ้น๖ ครั้งด้วยกัน ซึ่งครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๘๑ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้นำเอาครัวชาวมลายูจากไทรบุรีขึ้นมาไว้ยังกรุงเทพฯ ตามริมคลองแสนแสบไปจนถึงฉะเชิงเทรา

       ชาวมลายูที่เข้ามาในชั้นหลังถือเป็นกำลังสำคัญในการขุดคลองสายยุทธศาสตร์หรือคลองแสนแสบ ซึ่งเป็นคลองที่ต่อเนื่องจากคลองมหานาคในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในต่อเนื่องไปถึงชานเมืองทางฝั่งตะวันออกหรือคลองบางขนากที่ฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นเส้นทางลำเลียงยุทธปัจจัยในสงครามไทย-ญวนและได้รับอนุญาตให้จับจองที่ทำกินในบริเวณริมคลอง และต่อมาได้กลายเป็นชุมชนชาวมลายูปัตตานี-ไทรบุรีจนถึงปัจจุบัน

       คุณมนตรียะรังวงศ์ กล่าวเสริมว่าชุมชนมลายูตลอดแนวคลองแสนแสบนั้นส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมุสลิมที่เข้ามาในสมัยรัชกาลที่ ๓โดยตั้งถิ่นฐานต่อเนื่องมาจากชาวมลายูรุ่นก่อนที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในจนถึงปลายคลองมหานาคประกอบด้วยชุมชนสุเหร่าบ้านดอน นวลน้อย คลองตัน  บางกะปิ มีนบุรีหนองจอก เรื่อยไปจนถึงฉะเชิงเทรา โดยชาวมลายูเหล่านี้ยังคงมีความสัมพันธ์และไปมาหาสู่กันนับตั้งแต่ยุคที่ใช้เรือในการสัญจร มีทั้งการเดินทางไปเยี่ยมญาติพี่น้องที่ขยายออกไปตั้งรกรากยังชุมชนอื่นที่ห่างไกลออกไป หรือเดินทางไปซื้อข้าวของต่างๆ เป็นต้น แม้เมื่อมีการตัดถนนเสรีไทยและถนนรามคำแหงทำให้การเดินทางเปลี่ยนมาใช้รถยนต์แต่ผู้คนชาวมลายูก็ยังคงไปมาหาสู่กันเช่นเดิม

       ในอดีตชุมชนสุเหร่าบ้านดอนมีอาณาบริเวณกว้างขวางไปจนถึงซอยนานา แต่เมื่อมีถนนสุขุมวิทตัดผ่านได้มีการขายที่ดินบางส่วน นับเป็นความเจริญของบ้านเมืองที่มีส่งผลต่อชาวชุมชนโดยตรง และปัจจุบันชุมชนสุเหร่าบ้านดอนยังถูกแวดล้อมด้วยสถานบันเทิงเริงรมย์ต่างๆ ทว่าชาวมุสลิมมลายูที่นี่ยังคงปฏิบัติตามหลักศาสนาอย่างเคร่งครัด มีโรงเรียนสอนศาสนา จึงทำให้ชุมชนมุสลิมมลายูแห่งนี้ยังคงอยู่กันอย่างปรกติสุขโดยยึดตามหลักคำสอนของศาสนาอิสลามที่กล่าวไว้ว่า “มุสลิมคือพี่น้องกัน เปรียบประดุจเรือนร่างเดียวกัน ส่วนหนึ่งส่วนใดเจ็บ ส่วนนั้นก็เจ็บด้วย”ทำให้ชาวมุสลิมตลอดแนวคลองแสนแสบมีความสามัคคีกลมเกลียวและช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่ไม่ขาด

 

ความเปลี่ยนแปลงของชาวมลายูพลัดถิ่น

       เป็นเวลานับร้อยปีที่ชาวมลายูมุสลิมได้ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ และสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้วัฒนธรรมดั้งเดิมเปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะภาษาพูด ซึ่งในส่วนของชุมชนสุเหร่าบ้านดอน คุณมนตรีกล่าวว่าที่โรงเรียนสุเหร่าบ้านดอน (โรงเรียนมิฟตาฮุ้ลอุลูมิดดีนียะห์) ยังคงมีการฝึกสอนภาษามลายูทั้งการอ่านและการเขียนเพื่อให้วัฒนธรรมทางภาษานั้นมีการสืบทอดไปยังคนรุ่นลูกรุ่นหลาน

ชุมชนมุสลิมมลายูสุเหร่าบ้านดอน ในวันที่ถูกแวดล้อมด้วยเมืองใหญ่และสิ่งที่เป็นทันสมัย

 

       ขณะที่คุณศุกรีย์กล่าวว่าสังคมมลายูบางกอกมีหลายสิ่งที่เลือนหายไป เช่น การรำกระบี่กระบอง ซึ่งมีพื้นฐานจากการซ้อมรบของบรรดาไพร่พลให้มีความพร้อมอยู่เสมอ มีการนำมาปรับท่วงท่าให้มีความสวยงามคล้ายการร่ายรำ รวมถึงการเล่นนาเสบซึ่งพัฒนามาจากการขับลำนำสดุดีองค์พระศาสดาโดยมีเครื่องเคาะประกอบจังหวะ เป็นต้น

       เดิมสิ่งเหล่านี้เป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นอิสลามที่มีมานับพันปีกับวัฒนธรรมท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ บางอย่างหากไม่ขัดกับความเชื่อตามหลักศาสนาก็ยังคงปฏิบัติกันอยู่ทว่าต่อมาเมื่อมีชุดความรู้ใหม่ที่มองว่าการกระทำสิ่งเหล่านี้ผิดหลักศาสนา ไม่ควรนำมาปฏิบัติ จึงเกิดการปะทะกันระหว่าง ๒ แนวคิด ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหามากขึ้น กิจกรรมหลายอย่างจึงหยุดและเลิกไปในที่สุดซึ่งเรื่องนี้ตามทัศนะของคุณมนตรีมองว่า เนื่องจากปัจจุบันมีการเดินทางไปร่ำเรียนจากประเทศมุสลิมอาหรับและมองวิถีปฏิบัติที่เคยทำกันมาเป็นสิ่งบิดเบือนวิถีปฏิบัติต่างจากประเทศที่เป็นแหล่งกำเนิดศาสนาจึงปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ หากมองในแง่ของการป้องปราม การเล่นกระบี่กระบองเมื่อพิจารณาตามยุคสมัยก็ดูจะล่อแหลมต่อการผิดหลักศาสนาเพราะมีการไหว้ครูดังนั้นนักวิชาการรุ่นใหม่จึงปฏิเสธและมองว่าเป็นการป้องกัน เช่นเดียวกับการเล่นนาเสบซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาขึ้นมาก มีเครื่องดนตรีหลายหลาก ใช้ภาษาและท่วงท่าไม่เหมาะสม อันอาจทำให้เกิดการหลงลืมต่อการปฏิบัติศาสนกิจและหลักศรัทธาของพระผู้เป็นเจ้า เพราะฉะนั้นดนตรีจึงเป็นสิ่งต้องห้ามของชาวมุสลิม แต่อย่างไรก็ตามในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียยังคงมีการเล่นนาเสบกันอยู่ซึ่งนักวิชาการต่างมองสิ่งนี้กันหลากหลายแง่มุม บ้างบอกว่าเล่นนาเสบไม่ได้ บ้างก็ว่าให้พิจารณาเนื้อหาและขึ้นอยู่กับความเหมาะสมเป็นต้น

       ถึงที่สุดแล้วการเปลี่ยนแปลงของสังคมมลายูในปัจจุบัน วิทยากรทั้งสองท่านต่างมองว่าควรพิจารณาในรายละเอียดว่าสิ่งใดเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม และสิ่งนั้นมีเจตนาอย่างไรเป็นสำคัญ ซึ่งน่าจะเป็นทางออกที่ดีให้กับความขัดแย้งเกี่ยวกับแนวทางความคิด และยังเป็นการเปิดช่องทางให้เกิดการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ต่อไปในอนาคตด้วย



.
. ผู้บันทึก: mbj เมื่อ 2015-05-26 09:00:00.
.
 
  หนองกระทิง อดีตชุมทางชายแดนโคราช-บุรีรัมย์ [ 0 ความเห็น ]
  ชมศิลป์ที่วัดเชิงท่า [ 0 ความเห็น ]
  ตึกเก่า [ 0 ความเห็น ]
  ตลาดหัวตะเข้ [ 0 ความเห็น ]

รูปถ่ายลายเส้น
...
รอยจารึก 475 คนอ่าน  
.
.

ใต้ถุนศาลาใหญ่ของวัดบ้านทราย ตำบลบ้านทราย อำเภอบ้านหมี่ ลพบุรี

คือที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ไทยพวนบ้านทราย

ที่หน้าห้องพิพิธภัณฑ์นั้น มีเสาต้นหนึ่งจารึกหลักฐานประวัติศาสตร์ของพิพิธภัณฑ์เอาไว้



.
. ผู้บันทึก: staff เมื่อ 2014-07-15 12:00:00.
.
 
  หน้าต่างมี ''หู'' [ 0 ความเห็น ]
  อะไร ? [ 0 ความเห็น ]
  ตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุด! [ 0 ความเห็น ]
  ณ อนุสาวรีย์ที่หน้าโรงพยาบาล [ 0 ความเห็น ]

ชุมชนพิพิธภัณฑ์
...
เปิดพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี 485 คนอ่าน  
.
.

       สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) ร่วมกับ จังหวัดพิษณุโลก, เทศบาลนครพิษณุโลก, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก ได้ลงนามความร่วมมือและแถลงข่าว การเปิดตัวพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีในรูปแบบ Discovery Museum พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ต้นแบบแห่งแรกในจังหวัดพิษณุโลก ที่พร้อมเปิดให้ประชาชนและเยาวชนได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการชมพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้รูปแบบใหม่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
 
       “พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี” แห่งนี้ก่อตั้งขึ้น โดย จ่าสิบเอก ดร.ทวี บูรณเขตต์ เพื่อเก็บอดีตให้อนุชนรุ่นหลังได้เห็น และศึกษา อย่างเป็นระบบและมีมาตรฐานการจัดการในระดับสากล และเพื่อการคงอยู่อย่างยั่งยืนของแหล่งเรียนรู้โดยภายในพิพิธภัณฑ์ ได้ทำหน้าที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ที่แสดงวิถีพื้นบ้านของชาวเมืองพิษณุโลก และภาคเหนือตอนล่าง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักสาน กระต่ายขูดมะพร้าว เครื่องมือจับปลา เครื่องดักสัตว์ ตะเกียง เครื่องปั้นดินเผานับหมื่นๆ ชิ้น มาจัดแสดง หรืออีกนัยหนึ่ง อาจกล่าวได้ว่า “พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี” แห่งนี้ คือขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาไทย ที่เก็บรวบรวมวิถีชาวบ้านที่นับวันจะหาดูได้ยากในปัจจุบันมากที่สุดอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย
 
       นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) กล่าวว่า สพร.ต้องการพัฒนาสนับสนุน ให้พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี คือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ จะเป็นฐานในการศึกษาเพื่อพัฒนาพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่บรรจุด้วยองค์ความรู้ และเป็นต้นแบบของการสร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างเครือข่ายของพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ในภูมิภาค ผ่าน 4 วิธีการหลัก ดังนี้
 
       ด้านกายภาพ สพร. ใช้หลักการของ universal design เช่น การออกแบบให้คนพิการสามารถเข้าถึงพิพิธภัณฑ์ได้ การออกแบบลำดับประสบการณ์การชมโดยเพิ่มพื้นที่ orientation หรือการแสดงแนวคิดหลักของพิพิธภัณฑ์เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้ชมก่อนเข้าชมนิทรรศการ
 
       ด้านนิทรรศการ ปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้เป็นแบบ discovery museum เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นหลัก ผ่านเทคนิคการเล่าเรื่องแบบ story telling ผ่านเทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของผู้ชมในการเข้าถึงข้อมูลด้วยตนเอง เช่น เกม หรือ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องดึง ผลัก ชักโยกด้วยตนเอง
 
       ด้านการประชาสัมพันธ์ เน้นการสร้างให้พิพิธภัณฑ์จ่าทวีมีความโดดเด่นสะดุดตา และง่ายต่อการเข้าถึง เพื่อเป็นการเชิญชวนให้มีผู้สนใจเข้าชมพิพิธภัณฑ์มากขึ้น
 
       และสุดท้าย ด้านความยั่งยืน ของการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ โดยการสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ และคนในพื้นที่ เพราะพิพิธภัณฑ์ที่ดีจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และขับเคลื่อนโดยคนในชุมชนเอง
 
       นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี จังหวัดพิษณุโลก ได้เปิดให้ประชาชนชาวไทยเข้าชมฟรี ในโอกาสการเปิดตัวพิพิธภัณฑ์ในรูปแบบ Discovery Museum โดยสามารถเข้าชมฟรีได้ทุกวันจันทร์ และวันอังคาร ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 15 เมษายน 2558 โดยเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น. สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.055-212749 (ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร 14 มกราคม 2558)



.
. ผู้บันทึก: MBJ เมื่อ 2015-01-14 09:00:00.
.
 
  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ [ 0 ความเห็น ]
  เมื่อแผ่นดินสิ้นสูญ...พระศาสนา ! [ 0 ความเห็น ]
  พิพิธภัณฑ์บริขารพระครูบาเจ้าศรีวิชัย [ 0 ความเห็น ]
  พิพิธภัณฑ์เมืองตราด [ 0 ความเห็น ]

ณ ริมขอบฟ้า โดย ศรัณย์ ทองปาน
...
แดดเช้า 1516 คนอ่าน  
.
.


.
. ผู้บันทึก: staff เมื่อ 2012-09-11 12:00:00.
.
 
  อะไรอยู่ที่ชายหาด [ 0 ความเห็น ]
  on the move [ 0 ความเห็น ]
  ติดเกาะ! [ 0 ความเห็น ]
  พระนครคีรี - เพชรบุรี มี 'เขาวัง' [ 0 ความเห็น ]

ครัวโบราณ ร้านน่านั่ง
...
ได้เวลาของความบันเทิงลิ้นกันแล้ว..! 6094 คนอ่าน  
.
.

กินไหหลำแบบหรูหรา

ที่ "สุธาทิพย์"

เรื่อง/ภาพ: กฤช เหลือลมัย

 

       

        ถ้าถามถึงกับข้าวแบบจีนไหหลำ ว่ามีอะไรบ้างที่คุ้นหูคุ้นปากคุ้นลิ้นนักกินชาวสยามอย่างเราๆ ก็เห็นจะเป็นของที่มีคำว่า “ไหหลำ” ต่อท้ายนั่นเองครับ ไล่มาตั้งแต่ข้าวมันไก่ไหหลำ ผัดจับฉ่ายไหหลำ หมูแดงไหหลำ ข้าวต้มเนื้อวัวใส่ขิงแบบไหหลำ และแน่นอน ขนมจีนไหหลำ ที่คนแต่ก่อนเล่ากันว่าจะได้กินของอร่อยเอาก็ตอนไปดูงิ้วไหหลำเล่นเท่านั้น       



.
. ผู้บันทึก: soma_sakandha เมื่อ 2011-02-15 17:10:38.
.
 
  มาอิ่มอารมณ์ดีกัน.. [ 0 ความเห็น ]
  อิ่มอร่อยที่ครัวอาสา [ 0 ความเห็น ]
  พิมพ์ใจที่ "พิมพ์รส" [ 0 ความเห็น ]
  อร่อยเด็ดสะใจ- เมืองโอ่ง [ 0 ความเห็น ]

ในแผง-นอกแผง
...
พ่ออังคารผู้มาจากดาวโลก 229 คนอ่าน  
.
.

พ่ออังคาร

ผู้มาจากดาวโลก

อ้อมแก้ว กัลยาณพงศ์

จัดพิมพ์โดยผู้เขียน ๒๕๕๗

๑๕๒ หน้า ๒๓๐ บาท

 

ใครบางคนเคยกล่าวไว้ว่า “ใครจะเล่าเรื่องศิลปะได้ดีกว่าศิลปิน” หนังสือเล่มนี้อาจเป็นส่วนขยายของสำนวนนั้นต่อไปได้อีกว่า “แล้วใครจะเล่าเรื่องศิลปินได้ดีกว่าลูกศิลปิน” อ้อมแก้ว กัลยาณพงศ์ ธิดาของศิลปินแห่งชาติ อังคาร กัลยาณพงศ์ (พ.ศ. ๒๔๖๙ – ๒๕๕๕) เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นเป็นบันทึกถึง “ท่านอังคาร” จากสายตาของคนในครอบครัว



.
. ผู้บันทึก: staff เมื่อ 2015-02-28 12:00:00.
.
 
  พาเที่ยวพม่า พม่าพาเที่ยว [ 0 ความเห็น ]
  เที่ยวเมืองญี่ปุ่น กับบุญช่วย ศรีสวัสดิ์ [ 0 ความเห็น ]
  ทอดน่องท่องเที่ยว อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี [ 0 ความเห็น ]
  ประวัติศาสตร์ศิลปะบันดาลใจ [ 0 ความเห็น ]

. . .
ข่าว+กิจกรรม »  “บางกอกศึกษาครั้งที่ ๔” 63 คนอ่าน  
.
.

 

อยากทราบที่มา คติการไหว้ และความศรัทธาอันถ่องแท้เชิญร่วมวงพูดคุย และทัศนศึกษาจรกับ

“บางกอกศึกษาครั้งที่ ๔” ในหัวข้อ ชาวจีน: สิ่งศักดิ์สิทธิ์และศรัทธา ขอพร ไหว้เจ้า หรือแก้ชง ฯลฯ สารพัดเทพเจ้าและความเชื่อ

วิทยากรโดย..

เศรษฐพงษ์ จงสงวน

สมชัย กวางทองพาณิชย์

ที่จะพาเรียนรู้ตามศาลเจ้า โรงเจ วัดจีน และวัดญวณ ในวันเสาร์ที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ –๑๖.๓๐ น

สนใจสอบถามรายละเอียดและสมัครทัศนศึกษาได้ที่ Facbook: ชมรมสยามทัศน์ หรือโทรศัพท์หมายเลข ๐๘๑ ๕๖๑ ๒๘๗๗, ๐๙๙ ๗๕๑ ๖๔๖๐



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Thursday 11 Jun 15 @ 10:51]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: ข่าวกิจกรรม | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าว+กิจกรรม »  วารสารเมืองโบราณ ปีที่ ๔๑ ฉบับที่ ๒ เดือน เมษายน - มิถุนายน ๒๕๕๘ ''พนมรุ้ง เมือง 127 คนอ่าน  
.
.

วารสารเมืองโบราณ ปีที่ ๔๑ ฉบับที่ ๒ เดือน เมษายน - มิถุนายน ๒๕๕๘ "พนมรุ้ง เมืองในมูลเทศะ" เตรียมวางแผงเร็วๆนี้

 

 

 

สมัครสมาชิก ๑ ปี (๔ ฉบับ) ราคา ๔๘๐ เหลือเพียง ๓๙๐ บาท

สมัครวันนี้ รับสิทธิพิเศษสุด รับฟรีทันที หนังสือ “ของเก่า เรา (ไม่) ลืม”

 

Download ใบสมัครได้ที่ : คลิกที่นี่

 

ส่งมาตามที่อยู่ : บริษัทวิริยะธุรกิจ จำกัด ๒๘,๓๐ ถนนปรินายก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐

โทร ๐-๒๒๘๑-๖๑๑๐ (อัตโนมัติ) ต่อ ๑๐๕ โทรสาร ๐-๒๒๘๒-๗๐๐๓ อีเมล :memberskd@gmail.com



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Tuesday 19 May 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: ในแผง-นอกแผง | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าว+กิจกรรม »  เชิญร่วมกิจกรรมสังสนทนา ''บางกอกศึกษาครั้งที่ ๓'' 177 คนอ่าน  
.
.

เชิญร่วมกิจกรรมสังสนทนา "บางกอกศึกษาครั้งที่ ๓"

เรื่อง สงกรานต์ย่างบางลำพู สู้ เทพีวิสุทธิกษัตริย์

 

ร่วมพูดคุยกับ

นวนัฑ แจ่มนิยม

ปิยะบุตร จิวระโมนัยกุลย์

อรศรี ศิลปี

 

ในวันเสาร์ที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๘ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ น. เป็นต้นไป

ณ พิพิธบางลำพู ถนนพระสุเมรุ

ช่วงบ่าย : ขอเชิญร่วมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของย่านที่... "พิพิธบางลำพู"

 

สำรองที่นั่งได้ที่:
๐ ๒๒๘๑ ๑๙๘๘

๐๙ ๙๗๕๑ ๖๔๖๐



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Tuesday 31 Mar 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: ข่าวกิจกรรม | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าว+กิจกรรม »  testพบกับบูทสารคดี-เมืองโบราณ ได้ที่ งานสปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 43 248 คนอ่าน  
.
.

 

พบกับบูทสารคดี-เมืองโบราณ ได้ที่ งานสปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 43 

โดยมีหนังสือออกใหม่ ดังนี้

 

- Cloud Guidebook
คู่มือเมฆและปรากฏการณ์บนท้องฟ้า
(ฉบับปรุงปรุง)
ผู้เขียน : ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
ราคา 199 บาท
เฉพาะในงานสัปดาห์หนังสือฯ 160 บาท

 

-50 เมนูอาหารลดน้ำหนัก
ผู้เขียน : รุ่งรัตน์ แจ่มจันทร์ และ ริญ เจริญศิริ
ราคา 259 บาท
เฉพาะในงานสัปดาห์หนังสือฯ 220 บาท

 

-โภชนาการกับผลไม้ (ฉบับปรับปรุง)
ผู้เขียน : รศ. ดร. รัชนี คงคาฉุยฉาย และ ริญ เจริญศิริ
ราคา 250 บาท
เฉพาะในงานสัปดาห์หนังสือฯ 210 บาท

 

-เที่ยวตามจังหวะเชก (ฉบับปรับปรุง)
ผู้เขียน : “เรือใบสองสี”
ราคา 320 บาท
เฉพาะในงานสัปดาห์หนังสือฯ 270 บาท

 

-กำเนิดสปีชีส์ The Origin of Species
ผู้เขียน : ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ผู้แปล : ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์ และคณะ
ราคา 399 บาท
เฉพาะในงานสัปดาห์หนังสือฯ 340 บาท

 

-ห้าเดือนกลางซากอิฐปูนที่อยุธยา
ผู้เขียน : น. ณ ปากน้ำ
ราคา 550 บาท (จำนวน 536 หน้า)
เฉพาะในงานสัปดาห์หนังสือฯ 465 บาท
(หนังสือออกในงานวันที่ 2 เมษายน 2558)

 

แผนที่บูทสารคดี-เมืองโบราณ

 

และพบกับนักเขียนชื่อดังและคณะผู้แปลหนังสือได้ที่งาน รายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook Muang Boran Journal



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Thursday 26 Mar 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: ข่าวกิจกรรม | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าว+กิจกรรม »  วารสารเมืองโบราณ ร่วมกับ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ และร้านหนังสือริมขอบฟ้า 202 คนอ่าน  
.
.

 

วารสารเมืองโบราณ ร่วมกับ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ และร้านหนังสือริมขอบฟ้า

ขอเชิญร่วมฟังการเสวนาเรื่อง... มลายูบางกอก ที่มา การขยายตัว และวัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลง

ร่วมพูดคุยกับ
ศุกรีย์ สะเร็ม  นักวิชาการอิสลามศึกษา
มนตรี ยะรังวงษ์  ชุมชนสุเหร่าบ้านดอน

ในวันศุกร์ที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๗.๐๐ น.
ณ ร้านหนังสือริมขอบฟ้า
วงเวียนประชาธิปไตย
(ไม่เสียค่าใช้จ่าย)

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘, ๐-๒๒๘๑-๖๑๑๐ ต่อ ๑๑๓



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Tuesday 10 Mar 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: ข่าวกิจกรรม | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าว+กิจกรรม »  วารสารเมืองโบราณ ๔๑.๑ พร้อมวางแผงแล้ว วันนี้!! 209 คนอ่าน  
.
.

 

วารสารเมืองโบราณ ๔๑.๑ พร้อมวางแผงแล้ว วันนี้!!

 

สมัครสมาชิก ๑ ปี (๔ ฉบับ) ราคา ๔๘๐ เหลือเพียง ๓๙๐ บาท

สมัครวันนี้ รับสิทธิพิเศษสุด รับฟรีทันที หนังสือ “ของเก่า เรา (ไม่) ลืม”

 

Download ใบสมัครได้ที่ : คลิกที่นี่

 

ส่งมาตามที่อยู่ : บริษัทวิริยะธุรกิจ จำกัด ๒๘,๓๐ ถนนปรินายก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐

โทร ๐-๒๒๘๑-๖๑๑๐ (อัตโนมัติ) ต่อ ๑๐๕ โทรสาร ๐-๒๒๘๒-๗๐๐๓ อีเมล :memberskd@gmail.com



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Monday 02 Mar 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: ข่าวกิจกรรม | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าว+กิจกรรม »  ข่าวประชาสัมพันธ์ จากสำนักพิมพ์เมืองโบราณ 272 คนอ่าน  
.
.

มาแล้วกับโปรโมชั่นดีๆ"หนังสือชุด จิตรกรรมฝาผนังของประเทศไทย" (15 มกราคม - 15 กุมภาพันธ์ 2558 เท่านั้น)

       ชุดจิตรกรรมฝาผนังในประเทศไทยพิมพ์ครั้งแรกเมื่อพ.ศ. 2526 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้อ่านมากและมีการพิมพ์ซ้ำอีกครั้งในรูปแบบเดิมเมื่อ ประมาณพ.ศ. 2540 สำหรับการพิมพ์ครั้งนี้สำนักพิมพ์เมืองโบราณได้ทำการเปลี่ยนแปลงใหม่หมดทั้ง เนื้อหา การออกแบบรูปเล่มและที่สำคัญคือการเลือกภาพเพื่อแสดงความงดงามทางศิลปะของ จิตรกรรมฝาผนัง ผสานกับการออกแบบและจัดวางภาพที่สื่อให้ผู้อ่านได้เห็นถึงพลังของงานศิลปะ ไทย



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Monday 02 Feb 15 @ 14:54]
(read more -- click มีต่อ... | 1819 ไบต์ | หมวด: ข่าวกิจกรรม | จำนวน: 0)  
.
.
 

วารสาร รายสามเดือน เมืองโบราณ


นายรอบรู้ สารคดี ดอต คอมBenz Thonburi ธนบุรีประกอบรถยนต์ Viriyah Insurance วิริยะประกันภัย Ancient City เมืองโบราณ สมุทรปราการ

กองบรรณาธิการ วารสารเมืองโบราณ/ศูนย์ข้อมูลเมืองโบราณ
อาคารวิริยะประกันภัย สาขากรุงเกษม ชั้น 3 1242 ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100
Tel: +66 (0) 2225 4476, +66 (0) 2226 2856, และ +66 (0) 2223 0851 # 3005 Fax: +66 (0) 2226 2856