ค้นหา 
วารสาร เมืองโบราณ MuangBoran Journal: ข่าวโบราณคดีฯ

ค้นหาในหัวข้อนี้:   
[ กลับไปที่หน้าแรก | กรุณาเลือกหัวข้อใหม่ ]

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  ดันกระบี่เป็นเมืองศิลปะและวันฒนธรรม 9 คนอ่าน  
.
.

       วธ.ร่วมพัฒนากระบี่เป็นเมืองศิลปะและวัฒนธรรม หนุนซ่อมประติมากรรมสึนามิ“กอดฉันให้แน่น” ผลงาน หลุยส์ บูรชัวร์ ศิลปินหญิงชื่อก้องโลกชาวฝรั่งเศส เชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้ดี

       ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ และหารือกับคณะผู้บริหารราชการเมืองกระบี่ เรื่องการพัฒนาเมืองกระบี่เป็นเมืองศิลปะและวัฒนธรรม ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า เมืองกระบี่ถือเป็นเมืองที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นเมืองที่มีศิลปะโบราณมากกว่า 2,000 ปี ซึ่งเทศบาลเมืองกระบี่ได้นำเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาสร้างประติมากรรม ต่างๆ เช่น ช้าง เสือเขี้ยวดาบ นกอินทรี มนุษย์โบราณ รวมถึงประติมากรรมอื่นๆ ที่ออกแบบโดยศิลปินแห่งชาติเช่น ประติมากรรมเรือชีวิต โดยอาจารย์เดชา วราชุน ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ประติมากรรมน้ำใจ โดย ดร.กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ เป็นต้น

       ปลัด วธ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับการของบประมาณจากกลุ่มจังหวัดอันดามัน เพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์ลูกปัดอันดามัน และหอศิลป์อันดามัน นั้นได้รับความร่วมมือจากศิลปินแห่งชาติและศิลปินผู้มีชื่อเสียงในการจัด กิจกรรมอาร์ตเวิร์คช๊อป มาโดยตลอด และยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดในการสร้างกำแพงประวัติศาสตร์ เมืองกระบี่ ซึ่งในอนาคตเทศบาลจะดำเนินการสร้างประติมากรรมเพิ่มเติมด้วย ส่วนการปรับปรุงโรงภาพยนตร์มหาราช เป็นโรงละครของเทศบาลเมืองกระบี่นั้น วธ.จะช่วยออกแบบโรงละครและให้การสนับสนุนในการซ่อมแซมประติมากรรม“กอดฉันให้ แน่น”ซึ่งเป็นประติมากรรมที่สร้างสรรค์โดยศิลปินหญิงชื่อก้องโลกชาว ฝรั่งเศส”หลุยส์บูรชัวร์”ที่สร้างขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิในปี 2550 ซึ่งเกิดการชำรุดและทางจังหวัดกระบี่ได้นำผลงานไปเก็บรักษาไว้ในคลังของ จังหวัด อย่างไรก็ตามเมื่อซ่อมแซมเสร็จทางกระบี่ก็จะนำออกเผยแพร่ เพราะเชื่อว่าผลงานชิ้นนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัด กระบี่ได้เป็นอย่างดี.



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Thursday 29 Jan 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  ครม.ไฟเขียวดัน ''ภูพระบาท-เชียงใหม่“มรดกโลก 7 คนอ่าน  
.
.

       "วีระ"เผย ครม.เห็นชอบเสนออุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท และ เมืองเชียงใหม่ เป็นมรดกโลก ย้ำการเป็นมรดกโลกมีแต่ผลดี

       วานนี้ ( 27 ม.ค. ) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการที่ประเทศไทยจะนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี เข้าสู่การพิจารณาเป็นมรดกโลกในปี 2559 ตามที่ วธ.เสนอ ดังนั้น ขั้นตอนจากนี้กรมศิลปากรจะส่งเอกสารการบริหารจัดการอุทยานประวัติศาสตร์ภู พระบาท ไปยังคณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก จากนั้นคณะกรรมการ 1 ใน 5 คน จะเดินทางมาตรวจสอบพื้นที่จริง เพื่อประเมินว่าเอกสารที่ไทยจัดส่งไปกับสถานที่จริงมีความสอดคล้องกันหรือ ไม่ หากเอกสารมีความสมบูรณ์ก็เข้าสู่กระบวนการต่อไป แต่หากไม่สมบูรณ์ไทยจะต้องทำเอกสารเพิ่มเติม ก่อนเข้าสู่การพิจารณารอบแรกของคณะกรรมการมรดกโลกในเดือนธันวาคม 2558 และพิจารณารอบสองในเดือนมีนาคม 2559 จากนั้นจะประกาศผลว่าจะเป็นมรดกโลกหรือไม่ในเดือนมิถุนายน 2559 นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติเห็นชอบการจัดทำเอกสารเสนอเมืองเชียงใหม่ เข้าสู่กระบวนการพิจารณาเข้าอยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นของการนำเสนอเป็น มรดกโลกด้วย

       นายวีระ กล่าวต่อไปว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสนใจและมีข้อซักถามถึงผลดีผลเสียของการนำเสนออุทยานประวัติศาสตร์ ภูพระบาทเป็นมรดกโลก ซึ่งตนชี้แจงว่าหากได้รับการพิจารณาเป็นมรดกโลก จะมีผลดีมากกว่าผลลบแน่นอน โดยเฉพาะการสร้างเกียรติภูมิของประเทศไทย ความภูมิใจในชาติและเป็นที่ยอมรับในนานาชาติมากขึ้น รวมถึงจะเกิดผลดีที่ก่อให้เกิดการท่องเที่ยวสร้างรายได้เข้าประเทศ การสร้างงานในชุมชน เช่น จังหวัดสุโขทัย ที่มีการลงทุน มีการเดินทางท่องเที่ยวทำให้มีรายได้จากหลักพันบาท เป็นหลักล้านบาท จนถึงปัจจุบันหลายพันล้านบาท และหากเกิดภัยพิบัติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว ที่จะมีผลต่อโบราณสถาน ทางยูเนสโกก็จะรณรงค์ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เช่น อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยาช่วงน้ำท่วมก็ได้เงินช่วยเหลือจากทั่วโลกด้วย

       "อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เข้าหลักเกณฑ์ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก 4 ข้อ คือ หลักเกณฑ์ที่ 3.เป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยากยิ่ง หรือเป็นพยานหลักฐาน แสดงขนบธรรมเนียม ประเพณี หรืออารยธรรม หลากหลายรูปแบบ เช่น วัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์ราวพุทธศตวรรษที่ 4 ปรากฏอยู่เพียงภาพเขียนสีและโบราณวัตถุ หลักเกณฑ์ที่ 4.เป็นตัวอย่างของลักษณะโดยทั่วไปของสิ่งก่อสร้าง อาทิ เพิงหิน แท่งหิน ลานหิน เพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของภูพระบาท หลักเกณฑ์ที่ 5.เป็นตัวอย่างของลักษณะอันเด่นชัด หรือ ของขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งสถาปัตยกรรม อาทิ ภูพระบาทเป็นที่ตั้งของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมจำนวนมากมาย มีความโดดเด่นปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมที่ยังคงสืบทอดมาถึง ปัจจุบัน และหลักเกณฑ์ที่ 6.มีความคิดหรือความเชื่อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ หรือ บุคคลที่มีความสำคัญหรือความโดดเด่นยิ่งในประวัติศาสตร์ เช่น ตำนานพื้นบ้านอุสา-บารส และพระกึดพระพาน อันมีต้นกำเนิดจากเรื่องพระอนิรุทธ์และนางอุสาในมหากาพย์มหาภารตะ อีกทั้งตำนวนพระเจ้าเลียบโลก ตำนานอุรังคธาตุ ล้วนแต่เป็นที่รู้จักดีและมีความเกี่ยวเนื่องกับแหล่งมรกดในภูพระบาท" รมว.วัฒนธรรม กล่าว. (เดลินิวส์ 28 มกราคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Wednesday 28 Jan 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  ชงครม.เห็นชอบส่ง“ภูพระบาท”เป็นมรดกโลก 9 คนอ่าน  
.
.

       คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้ม ครองมรดกโลก ชง ครม.เห็นชอบส่ง“ภูพระบาท”เป็นมรดกโลก 27 ม.ค.นี้ พร้อมนำเสนอเมืองเชียงใหม่ เข้าสู่กระบวนการบัญชีรายชื่อเบื้องต้น

       วานนี้ (26 ม.ค.) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ เรื่องที่ประเทศไทยจะนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม อุทยานแห่งชาติภูพระบาท จ.อุดรธานี ซึ่งขณะนี้ได้บรรจุอยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น ของการนำเสนอมรดกโลก ไปสู่การพิจารณาเป็นมรดกโลกในปี 2559 โดยกรมศิลปากรได้จัดทำเอกสารรายงานฉบับภาษาอังกฤษ เพื่อส่งให้คณะกรรมการมรดกโลกยูเนสโกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะต้องส่งเอกสารดังกล่าวไปก่อนวันที่ 1 ก.พ. นี้ เพื่อให้ทันการประชุมพิจารณารอบแรกของคณะกรรมการมรดกโลกในเดือน ธ.ค.2558 โดยระหว่างที่มีการนำเสนอเอกสาร นั้น ทางยูเนสโก จะจัดส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมภูพระบาท เพื่อพิจารณาในภาพรวม และนำข้อมูลไปประกอบการพิจาณาของคณะกรรมการมรดกโลก ก่อนที่จะมีการประกาศแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเป็นมรดกโลกในเดือน มิ.ย.2559 ต่อไป

       “ ที่ประชุมไม่มีข้อห่วงใยถึงการนำเสนอุทยานแห่งชาติภูพระบาทสู่มรดกโลก เพราะเป็นพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ ที่มีการบริหารจัดการเป็นระบบอยู่แล้ว ที่สำคัญไม่ต้องมีการไกลเกลี่ยพื้นที่กับชาวบ้านแต่อย่างใด เพราะไม่มีผลกระทบต่อประชาชนที่จะต้องอพยพย้ายถิ่น อย่างไรก็ตามหากประเทศไทย สามารถผลักดันภูพระบาทให้เป็นแหล่งมรดกโลกได้ก็จะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว ที่จะสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างมาก“ นายวีระ กล่าวและว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบการจัดทำเอกสารในการเสนอเมืองเชียงใหม่ เข้าสู่กระบวนการพิจารณาเข้าอยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นของการนำเสนอเป็น มรดกโลก ซึ่งจัดทำโดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ นครเมืองเชียงใหม่อีกด้วย ดังนั้นตนจะนำมติที่ประชุมเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 27 ม.ค. นี้ เพื่อขอมติเห็นชอบ และจะถือว่าขั้นตอนการนำเสนอของประเทศไทยเสร็จสมบูรณ์. (เดลินิวส์ 27 มกราคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Tuesday 27 Jan 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  องค์การอัปสราประณามรูปถ่ายอนาจารในอุทยานประวัติศาสตร์พระนคร 12 คนอ่าน  
.
.

ภาพถ่ายหญิงเปลือยท่อนบน ในปราสาทหลังหนึ่งภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนคร ที่เผยแพร่อยู่ในเฟซบุ้คช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การอัปสราที่ดูแลจัดการอุทยานประวัติศาสตร์ของกัมพูชาได้กล่าวประณามและ ระบุว่าจะดำเนินคดีทางกฎหมายต่อผู้ที่อยู่เบื้องหลังภาพชุดนี้--Photo/CambodiaDaily.

 

       แคมโบเดียเดลี่ - องค์การอัปสราขู่ดำเนินคดีต่อผู้ที่ผู้เบื้องหลังชุดภาพถ่ายอนาจารที่เผยให้ เห็นหญิงสาวเปลือยท่อนบนถ่ายภาพภายในปราสาทของอุทยานประวัติศาสตร์พระนคร ใน จ.เสียมราฐ โดยระบุว่า ภาพชุดดังกล่าวนั้นเป็นการกระทำที่ขาดความยั้งคิด และลามกอนาจาร
       
        ชุดภาพถ่ายที่สร้างความไม่พอใจให้แก่บรรดาผู้ใช้เฟซบุ๊กชาวกัมพูชา ที่แชร์ภาพในช่วงสุดสัปดาห์ เป็นภาพหญิงเอเชียรายหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางปราสาทในอุทยาน สวมเพียงแค่กางเกงทรงฮาเร็ม และผ้าโพกศีรษะ ภาพถ่ายถูกโพสต์ครั้งแรกในบล็อก “Wanimal” เมื่อเดือน ต.ค. 2556 พร้อมกับคำบรรยายภาพว่า “Khmer Lady”
       
        องค์การอัปสรา หน่วยงานของรัฐบาลที่ดูแลจัดการอุทยานประวัติศาสตร์ได้กล่าวประณามภาพถ่ายเหล่านี้
       
        “องค์การอัปสราขอประณามภาพถ่ายผู้หญิงเปลือยครึ่งตัวที่ยืนอยู่ด้าน หน้าปราสาท เพราะการถ่ายรูปโป๊เปลือยเป็นการกระทำที่ขัดต่อจริยธรรม และวัฒนธรรมเขมรเป็นอย่างยิ่ง องค์การอัปสราได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการทางกฎหมายเพื่อลงโทษต่อการกระทำที่ ขาดความนึกคิดไตร่ตรอง และลามกอนาจารนี้” องค์การอัปสรา กล่าวในคำแถลงฉบับหนึ่ง
       
        ลอง โกสาล รองผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารขององค์การอัปสรา ระบุว่า ภาพถ่ายดังกล่าวถ่ายขึ้นที่ปราสาทพระขรรค์ และปราสาทบันทายกเดย และจากการสืบค้นเบื้องต้น พบว่า กลุ่มนี้มีฐานอยู่ในจีน และมีทักษะการผลิตรูปอนาจาร แม้องค์การจะยังไม่สามารถระบุตัวผู้ถ่ายภาพ หรือนางแบบได้ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ชาวกัมพูชา
       
        รองผู้อำนวยการกรมศิลปากรและวัฒนธรรมประจำจังหวัดเสียมราฐ ระบุว่า ภาพถ่าย และคำบรรยายของสตรีที่ไม่ได้สวมเสื้อที่ปราสาทนั้นถือเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม แม้ว่าปราสาทหลายหลังจะประดับด้วยรูปสลักหญิงเปลือยท่อนบนก็ตาม
       
        “รูปสลักเหล่านั้นเกิดขึ้นเมื่อ 1,000 ปีก่อน แต่เมื่อคุณถามผมในปี 2558 นั่นเป็นเรื่องที่ต่างกัน มันเป็นเรื่องที่ผิด” รองผู้อำนวยการกรม กล่าว. (ASTVผู้จัดการ 26 มกราคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Monday 26 Jan 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  ดึงนักท่องเที่ยว“ไนท์ทัวร์”รอบเกาะรัตนโกสินทร์ 14 คนอ่าน  
.
.

       นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า กรมศิลปากรร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา(กก.) และกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมนำร่องบูรณาการท่องเที่ยวกับงานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมในช่วงกลางคืน หรือ ไนท์ทัวร์ เพื่อเยี่ยมชมโบราณสถานรอบเกาะรัตนโกสินทร์เป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2558 เป็นต้นไป เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าชมแหล่งท่องเที่ยวในช่วงกลางคืน พร้อมสักการะพระพุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ และเยี่ยมชมพระที่นั่งต่าง ๆ ภายในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร รวมถึงโรงราชรถ และชมการแสดงจากสำนักการสังคีต ที่สำคัญจะมีการจัดรถบริการพานักท่องเที่ยวชมความงดงามของสถาปัตยกรรมในช่วง กลางคืนรอบเกาะรัตนโกสินทร์ อาทิ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ และ พระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว เป็นต้น

       “การ เปิดไนท์ทัวร์ถือเป็นการท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ และเชื่อว่าจะสร้างรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้น แต่กรมศิลปากรก็คำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญด้วย จึงได้สั่งการให้มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีกล้องวงจรปิดตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวด้วย”นายวีระ กล่าว

       นายบวร เวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรต้องการให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง เล็งเห็นศักยภาพของการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในช่วงกลางคืน และร่วมกันจัดกิจกรรมที่เป็นการเสริมสร้างความรู้และเผยแพร่ความงดงามของ สถาปัตยกรรม รวมทั้งงานช่างฝีมือไทย พร้อมทั้งนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ตระหนักและเห็นคุณค่าการอนุรักษ์ ปกป้องมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ และกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมทางเลือกใหม่ ทั้งนี้กรมศิลปากรจะนำผลจากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ไปประกอบการจัดทำแผนการดำเนินงาน และขยายผลไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอื่น ๆ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่อไป. (เดลินิวส์ 25 มกราคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Sunday 25 Jan 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  สถาปัตยกรรมโบราณกำลังเป็นที่นิยมบรรดานิสิตนักศึกษา 16 คนอ่าน  
.
.

       สถาปัตยกรรมโบราณกำลังเป็นที่นิยมบรรดานิสิตนักศึกษา บ้านข้างวัด แบบสถาปัตยกรรมล้านนาเก่าใหม่ผสมสาน ร้านศิลปะ ห้องสมุด ร้านกาแฟ

       ผู้สื่อข่าวพาไปชม บ้านข้างวัด ซอย 5 ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ติดกับด้านหลังวัดร่ำเปิง ที่มีความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบโบราณของตัวบ้านผสมกับความเป็นรุ่นใหม่ เข้าไว้ด้วยกันตกแต่พื้นที่กว่า 2 ไร่ จัดบ้านเป็นหลังมี 2 ชั้น ที่ด้านบนเป็นไม้เก่า ส่วนด้านล่างก่อด้วยปูนผสมผสานไว้ด้วยกันของบ้านแบบล้านนา เชียงใหม่เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว

       จนทำให้ขณะนี้เป็นที่นิยมของนิสิตนักศึกษา และนักท่องเที่ยวต่างพากันมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกในแต่ละบ้านจะมีความแตกต่าง กันมีร้านกาแฟ ห้องสมุด ร้านอาหารเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ร้านจำหน่ายสินค้าทำมือ สินค้ามือสอง ร้านประดิษฐด้วยมือจากผ้า ร้านเซรามิค ที่แตกต่างจากที่อื่น ที่ผลิตขึ้นมาเอง

       อย่างไรก็ตามแนวคิดของเจ้าของที่จวิจิต ศิลป์ ม.ช. ที่ต้องการรวบรวมเพื่อนๆ ที่มีใจรักศิลปะในด้านต่างๆ เข้ามาร่วมไว้ด้วยกันในพื้นที่แห่งนี้ เพื่อให้ผู้ที่สนใจชื่นชมผลงานที่ของแต่ละชิ้นจะมีเอกลักษณ์สร้างขึ้นมาจาก การทำมือ ส่วนพื้นที่ก็ให้มอบสบายตา เหมือนได้เดินเข้ามาอยู่ในบ้านที่มีอัถยาศัยรอยยิ้มมนต์เสน่ห์แบบชาว เชียงใหม่ ซึ่งพื้นที่แห่งนี้มีข้อกำหนดห้ามสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 24 มกราคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Saturday 24 Jan 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  รุดสำรวจ โครงกระดูกมนุษย์โบราณ อายุ2,000ปี 26 คนอ่าน  
.
.

นักโบราณคดีรุดสำรวจ โครงกระดูกมนุษย์โบราณ อายุ 2,000 ปี อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์

คณะเจ้าหน้าที่โบราณคดี ประจำอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ลงพื้นที่สำรวจและเก็บรายละเอียด โครงกระดูกมนุษย์โบราณจำนวน 2 โครง พร้อมเศษภาชนะเครื่องปั้นดินเผา ที่ถูกขุดพบเมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมา ณ บริเวณบ้านโรงบ่ม ม.13 ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์

โดย นายอนุรักษ์ ดีพิมาย นักโบราณคดีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ กล่าวว่า โครงกระดูกมนุษย์โบราณ และภาชนะเครื่องปั้นดินเผาที่พบในครั้งนี้ คาดว่าน่าจะมีอายุราว 1,500-2,000 ปี โดยเป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ร่วมสมัยกับยุคทวารวดี ซึ่งจากสภาพโครงกระดูก และภาชนะเครื่องปั้นดินเผาที่พบอยู่รอบๆ

นายอนุรักษ์ กล่าวว่า สันนิษฐานว่าบริเวณดังกล่าวอาจใช้เป็นสุสานฝังศพ อีกทั้ง บริเวณรัศมีใกล้เคียง คาดว่าเป็นพื้นที่ดั้งเดิมของมนุษย์โบราณ ที่มาตั้งรกรากเป็นชุมชน อาศัยอยู่ตลอดแนวลุ่มน้ำป่าสักเพชรบูรณ์ ร่วมสมัยกับยุคแรกของเมืองเก่าศรีเทพก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม จะมีส่งรายงานไปยังสำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี จากนั้นจะมีการนำอุปกรณ์เครื่องมือ เพื่อสำรวจตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง (MThaiNEWS 23 มกราคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Friday 23 Jan 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  รื้อสะพานรถไฟสายประวัติศาสตร์เชื่อมไทย-เขมร 22 คนอ่าน  
.
.

คน ไทยและคนกัมพูชาตามแนวชายแดนด้าน จ.สระแก้ว ดีใจได้ฤกษ์รื้อแล้วสะพานรถไฟสายประวัติศาสตร์คลองลึก-ปอยเปต เพื่อก่อสร้างใหม่เชื่อมไทย-เขมรพร้อมรับAEC 

ที่บริเวณสะพานรถไฟคลองลึก-ปอยเปต ติดกับด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นสะพานรถไฟเหล็กข้ามคลองลึก เชื่อมระหว่างบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว กับ เมืองปอยเปต อ.โอวจโรว จ.บันเตียเมียนเจย ของกัมพูชา ริมชายแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นายสุรชัย จึงมานนท์ วิศวกรกำกับการกองผลิตและซ่อมสร้างสะพาน ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้ควบคุมงานด้านสะพาน ของการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมเจ้าหน้าที่การรถไฟ และผู้รับเหมาของ บริษัทอิตาเลี่ยนไทย ได้นำรถเคน รถแบ็คโฮ เครื่องปั่นไฟ เครื่องตัดเหล็ก และเครื่องมือในการรื้อถอนสะพาน มาดำเนินการเพื่อรื้อถอนสะพานรถไฟคลองลึก-ปอยเปต เส้นประวัติศาสตร์ เพื่อทำการก่อสร้างสะพานรถไฟคลองลึก-ปอยเปต ขึ้นมาใหม่เพื่อให้ทันการเปิดAEC ในสิ้นปีนี้ โดยมี พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว, พ.ต.สมปอง บุญชัย ผบ.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12ฯและ พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผกก.(ป) สภ.คลองลึก เข้าร่วมเป็นสักขีพยานและดูแลความสงบเรียบร้อยในการรื้อถอนสะพานรถไฟเส้น ประวัติศาสตร์ดังกล่าว ท่ามกลางความเสียดายและอาลัยของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวกัมพูชา ที่เดินทางผ่านด่านพรมแดนอรัญประเทศ ฯ

ทั้งนี้สะพานรถไฟคลองลึก-ปอยเปต แห่งนี้ ได้มีการทำพิธีวางศิลาฤกษ์เพื่อก่อสร้างใหม่ไปแล้วเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 57 โดยมีนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ของไทย และนายกวง ซุน รัฐมนตรีช่วยกระทรวงโยธาธิการและการขนส่งของกัมพูชา เดินทางมาเป็นประธานร่วมในพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างสะพานรถไฟคลอง ลึก-ปอยเปต บริเวณเชิงสะพานรถไฟเก่า ด้านหลังที่ทำการด่าน ตม.ปอยเปต ฝั่งกรุงปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา โดยเป็นการก่อสร้างสะพานรถไฟขึ้นใหม่แทนสะพานรถไฟเหล็กของเดิม เนื่องจากชำรุดและไม่ได้ใช้งานมานานเกือบ 40 ปี ซึ่งถือเป็นสะพานรถไฟประวัติศาสตร์ที่ก่อสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระปก เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 หรือประมาณปี 2469 เพื่อการคมนาคมและขนส่งสินค้าจากฝั่งไทยไปประเทศกัมพูชา แต่หลังจากเกิดสงครามการสู้รบภายในประเทศกัมพูชาเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา ทำให้รถไฟสายอรัญประเทศ-ปอยเปต หยุดวิ่งและสะพานรถไฟคลองลึก-ปอยเปต ได้ถูกปิดการใช้งานมาตั้งแต่บัดนั้น โดยรถไฟที่วิ่งมาจาก กทม.จะหยุดแค่สถานีรถไฟอรัญประเทศ อยู่ห่างสะพานรถไฟคลองลึก-ปอยเปต ประมาณ 6 กม จนกระทั่งต่อมาการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ของบประมาณ 2,808 ล้านบาท ปรับปรุงก่อสร้างทางใหม่ตั้งแต่สถานีรถไฟชุมทางคลองสิบเก้า จ.ฉะเชิงเรา จนถึงสะพานรถไฟคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว รวมระยะทางกว่า 176 กม. โดยบริษัทอิตาเลี่ยนไทยชนะการประมูลงานก่อสร้าง รวมถึงการก่อสร้างสะพานรถไฟคลองลึก-ปอยเปต แห่งนี้ด้วย

ซึ่งกำหนดการรื้อถอนและก่อสร้างสะพานรถไฟขึ้นมาใหม่เพื่อให้ทันการเปิดAEC ในปลายปีนี้ และหากแล้วเสร็จจะสามารถเปิดเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยวระบบ รางได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งลดปัญหาความแออัดการสัญจรผ่านด่านพรมแดนคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้เป็นอย่างดี (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 22 มกราคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Thursday 22 Jan 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  เดือดอีก! เขาคิชฌกูฏ เทดินปิดทางขึ้นพระบาทพลวง 26 คนอ่าน  
.
.

ความขัดแย้งบนยอดเขาคิชฌกูฏ ยังไม่จบ แม้ว่ากำลังมีการจัดงานนมัสการพระพุทธบาทพลวง งานใหญ่ประจำปี ชาวบ้านฝั่งวัดกระทิงโวยอีกฝ่ายไม่ทำตามข้อตกลง จึงนำดินปิดถนนทางขึ้น เดือดร้อนถึงนักแสวงบุญมาถึงแล้วขึ้นเขาไม่ได้....   

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 20 ม.ค. ได้มีคณะศิษยานุศิษย์ วัดกระทิง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี กว่า 100 คน นำรถ 6 ล้อบรรทุกดินเทปิดถนนสายบ้านพลวง หมู่ 4 ต.พลวง เส้นทางที่ต้องผ่านวัดพลวง ไปสู่ยอดเขาคิชฌกูฏ ซึ่งกำลังมีงานเทศกาลนมัสการรอยพระบาทพลวง ประจำปี 2558

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พบกับประชาชน และพุทธศาสนิกชนนักแสวงบุญที่ต้องการขึ้นไปนมัสการพระพุทธบาทบนยอดเขา ต่างก็งงงวยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเบื้องต้นทราบว่า คณะศิษยานุศิษย์และคณะกรรมการของวัดกระทิง ไม่พอใจคณะกรรมการของวัดพลวง ที่ไม่ยอมให้พนักงานและลูกศิษย์ของวัดกระทิงไปร่วมงานที่บนยอดเขา รวมทั้งการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ทางฝ่ายวัดกระทิงก็ไม่รู้เรื่อง เนื่องจากอีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงของเมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา

นาง เพ็ญศรี จารุวัฒนพันธ์ อายุ 56 ปี ชาว อ.โพธาราม จ.ราชบุรี หนึ่งในนักแสวงบุญ กล่าวว่า เดินทางมาร่วมงานและนมัสการรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาแห่งนี้รวม 28 ครั้งแล้ว ตั้งแต่สมัยท่านพ่อเขียนยังอยู่ และในวันนี้ยังมีเพื่อนๆ เหมารถตู้มากันอีกหลายคัน แต่บางส่วนก็เดินทางกลับก่อนเพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์

"มาเจอ เหตุการณ์อย่างวันนี้เข้า ก็ถึงกลับอึ้งพูดอะไรไม่ถูก แต่ก็ยังมีความศรัทธา และจะหาวิธีเดินทางขึ้นไปนมัสการรอยพระบาทตามที่ตั้งใจไว้ ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นคิดว่าน่าจะหาทางตกลงกันได้" หญิงนักแสวงบุญจากราชบุรีกล่าว 

ด้านนายสามารถ ลอยฟ้า ผวจ.จันทบุรี กล่าวว่าช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ที่ผ่านมา ตนไปประชุมกับคณะสงฆ์ที่ร่วมจัดงานอยู่ที่วัดพลวง โดยมีมติว่า รถยนต์จำนวน 22 คัน ที่ให้บริการนำผู้แสวงบุญขึ้นไปนมัสการพระบาทพลวงบนเขา ซึ่งอยู่ในส่วนของวัดกระทิง ให้มาวิ่งร่วมกับรถคิวล่าง เสร็จแล้วกำลังจะกลับออกมา ก็สวนทางกับรถบรรทุกที่วิ่งนำดินไปถมปิดถนน จึงให้ทางรอง ผวจ. และ ผบก.ภ.จันทบุรี เข้าไปเจรจากับกลุ่มผู้ประท้วง

อย่าง ไรก็ตาม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น งานประเพณีในปีนี้ก็ต้องดำเนินต่อไป ซึ่งในพื้นที่มีทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองดูแลอยู่ มั่นใจว่าจะสามารถแก้ปัญหาลุล่วงไปได้ และเปิดให้พุทธศาสนิกชนได้ขึ้นเขาไปนมัสการพระพุทธบาทพลวงได้ตามปกติ

ผู้ สื่อข่าวรายว่า ล่าสุด นายสามารถ ได้สั่งการให้ นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ รองผวจ.จันทบุรี พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผบก.ภ.จันทบุรี เข้าร่วมประชุมกับตัวแทนทั้งสองฝ่ายประกอบ คือ นายไพฑูรย์ ตั้งใจซื่อ ตัวแทนของวัดกระทิง และนายเฉลิมพล ศักดิ์คำ นายกเทศบาลตำบลท่าช้าง จ.จันทบุรี เป็นตัวแทนวัดพลวง ร่วมเจรจาเพื่อหาทางออก ขณะรายงานยังไม่มีข้อยุติ ส่วนบริเวณจุดที่ปิดถนน มีการเตรียมเสบียงอาหาร น้ำดื่ม และชาวบ้านเริ่มทยอยมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับเรื่องที่เกิด ขึ้น ถือเป็นปัญหาความขัดแย้งที่มีอยู่ในพื้นที่นี้มานาน จากการจัดงานนมัสการพระพุทธบาทพลวงดังกล่าว เนื่องจากมี 2 ฝ่ายต้องการเป็นผู้จัดงาน จนกระทั่งล่าสุด ก่อนถึงวันงานที่จะเริ่มในวันที่ 19 ม.ค.58 เพียง 4 วัน จึงได้ข้อยุติว่า ให้วัดกระทิงเป็นกองอำนวยการ ในการจัดซื้อสิ่งของขึ้นเขา ส่วนคณะสงฆ์ จ.จันทบุรี จะดูแลอำนวยความสะดวกด้านบนเขา

ทั้งนี้ ให้ทำในรูปแบบคณะกรรมการ ส่วนรายได้ให้จัดตั้งเป็นกองทุน และใช้จ่ายตามเจตนารมณ์ ที่ท่านพ่อเขียน อดีตเจ้าอาวาสวัดกระทิง เคยวางแนวทางไว้ แต่สุดท้ายหลังจากงานเริ่มได้เพียง 2 วันก็เกิดปัญหาขึ้นอีก จากการจัดสรรผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว. (ไทยรัฐ 21 มกราคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Wednesday 21 Jan 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  กองปราบฯ ประกาศหาเจ้าของวัตถุโบราณ 51 รายการ ยึดได้จาก''พงศ์พัฒน์'' 23 คนอ่าน  
.
.

       กองปราบปราม เผย ผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากรตรวจสอบวัตถุโบราณยึดได้จาก"พงศ์พัฒน์กับพวก" พบเป็นของจริงแล้ว 51 รายการ ให้เจ้าของติดต่อเจ้าหน้าที่ที่กองปราบฯ ตามวันเวลาราชการ
       
       กองบัญชาการปราบปราม แจ้งว่าวัตถุโบราณที่ได้ยึดมาจาก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายะพันธ์ อดีตผู้บัญชาการสอบสวนกลาง และพวก ที่เป็นของจริงได้ตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากรแล้วมีจำนวน 51 รายการ จึงต้องการประกาศเพื่อหาเจ้าของ หากผู้ใดต้องการแสดงตนเป็นเจ้าของวัตถุโบราณเหล่านี้ให้มาติดต่อขอพบเจ้า หน้าที่ที่กองปราบปรามตามวันเวลาราชการ (ASTVผู้จัดการ 20 มกราคม 2558)

 



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Tuesday 20 Jan 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

ข่าวโบราณคดีฯ
ข่าวโบราณคดีฯ

2926 เรื่อง (293 หน้า, 10 เรื่องต่อหน้า)
[ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 | 55 | 56 | 57 | 58 | 59 | 60 | 61 | 62 | 63 | 64 | 65 | 66 | 67 | 68 | 69 | 70 | 71 | 72 | 73 | 74 | 75 | 76 | 77 | 78 | 79 | 80 | 81 | 82 | 83 | 84 | 85 | 86 | 87 | 88 | 89 | 90 | 91 | 92 | 93 | 94 | 95 | 96 | 97 | 98 | 99 | 100 | 101 | 102 | 103 | 104 | 105 | 106 | 107 | 108 | 109 | 110 | 111 | 112 | 113 | 114 | 115 | 116 | 117 | 118 | 119 | 120 | 121 | 122 | 123 | 124 | 125 | 126 | 127 | 128 | 129 | 130 | 131 | 132 | 133 | 134 | 135 | 136 | 137 | 138 | 139 | 140 | 141 | 142 | 143 | 144 | 145 | 146 | 147 | 148 | 149 | 150 | 151 | 152 | 153 | 154 | 155 | 156 | 157 | 158 | 159 | 160 | 161 | 162 | 163 | 164 | 165 | 166 | 167 | 168 | 169 | 170 | 171 | 172 | 173 | 174 | 175 | 176 | 177 | 178 | 179 | 180 | 181 | 182 | 183 | 184 | 185 | 186 | 187 | 188 | 189 | 190 | 191 | 192 | 193 | 194 | 195 | 196 | 197 | 198 | 199 | 200 | 201 | 202 | 203 | 204 | 205 | 206 | 207 | 208 | 209 | 210 | 211 | 212 | 213 | 214 | 215 | 216 | 217 | 218 | 219 | 220 | 221 | 222 | 223 | 224 | 225 | 226 | 227 | 228 | 229 | 230 | 231 | 232 | 233 | 234 | 235 | 236 | 237 | 238 | 239 | 240 | 241 | 242 | 243 | 244 | 245 | 246 | 247 | 248 | 249 | 250 | 251 | 252 | 253 | 254 | 255 | 256 | 257 | 258 | 259 | 260 | 261 | 262 | 263 | 264 | 265 | 266 | 267 | 268 | 269 | 270 | 271 | 272 | 273 | 274 | 275 | 276 | 277 | 278 | 279 | 280 | 281 | 282 | 283 | 284 | 285 | 286 | 287 | 288 | 289 | 290 | 291 | 292 | 293 ]

วารสาร รายสามเดือน เมืองโบราณ


นายรอบรู้ สารคดี ดอต คอมBenz Thonburi ธนบุรีประกอบรถยนต์ Viriyah Insurance วิริยะประกันภัย Ancient City เมืองโบราณ สมุทรปราการ

กองบรรณาธิการ วารสารเมืองโบราณ/ศูนย์ข้อมูลเมืองโบราณ
อาคารวิริยะประกันภัย สาขากรุงเกษม ชั้น 3 1242 ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100
Tel: +66 (0) 2225 4476, +66 (0) 2226 2856, และ +66 (0) 2223 0851 # 3005 Fax: +66 (0) 2226 2856