ค้นหา 
วารสาร เมืองโบราณ MuangBoran Journal: ข่าวโบราณคดีฯ

ค้นหาในหัวข้อนี้:   
[ กลับไปที่หน้าแรก | กรุณาเลือกหัวข้อใหม่ ]

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  จังหวัดสิงห์บุรี จัดพิธีพุทธาภิเษกสิ่งศักดิ์สิทธิ์และวัตถุมงคล ณ วิหารพระอาจารย์ 21 คนอ่าน  
.
.

       วานนี้ (2 กรกฏาคม 2558) เวลา 15.00 ที่ วิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ วัดโพธิ์เก้าต้น อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี จุดเทียนในพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล โดย นาย ชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็น ประธานในพิธีฝ่ายฆราวาสเป็นผู้อัญเชิญไฟถวายเจ้า พระภาวนาพรหมคุณ (หลวงพ่อเมตตานุศาสน์) เจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอพรหมบุรี พระครูประจิตรธรรมโชติ เจ้าอาวาสวัดบางพาน หลวงพ่อสุวรรณ ถิรสทโธ วัดยาง และ พระครูประกาศิตธรรมคุณ จุดเทียนพุทธาภิเษก และสวดคาถา เริ่มพิธี พุทธาภิเษกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจริญจิตภาวนา ปลุกเสกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจริญจิตภาวนา

 

       ทั้งนี้ วัดโพธิ์เก้าต้น ได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลเป็น ผ้ายันต์ค่ายบางระจัน 2,000 ผืน ที่จะได้แผ่พุทธานุภาพ พุทธบารมี ความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ บันดาลโชคลาภ แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งหลายทั้งปวง และให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา ซึ่งเป็นวันที่มีการรวมตัวกันของชาวค่ายบางระจันในการต่อสู้กับทหารพม่า ในครั้งนั้นชาวค่ายบางระจันรบกับทหารพม่าและเอาชนะทหารพม่าได้ถึง 7 ครั้ง ก่อนที่จะพ่ายแพ้ในการรบครั้งที่ 8 เมื่อวันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือน 7 ปีจอ ซึ่งตรงกับวันนี้ที่ 2 กรกฎาคม 2558 เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ประชาชนชาวค่ายบางระจันต้องเสียสละชีวิตมากมาย นับเป็นรอยบอบช้ำที่คนไทยจดจำกันมาเป็นเวลานาน ในการสูญเสียดังกล่าว ถึงแม้ว่าค่ายบางระจันจะแตกและพ่ายแพ้ต่อทหารพม่าก็ตาม เหตุการณ์ในครั้งนั้นถือเป็นวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ที่คนไทยทั้งชาติ โดย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และนายพจน์ เอกอนันต์ถาวร นายอำเภอค่ายบางระจัน นำพุทธศาสนิกชนจังหวัดสิงห์บุรีร่วมประกอบพิธีในครั้งนี้อย่างเนืองแน่น ซึ่งจะมีพิธีพุทธาภิเษกไปจนถึงในเวลา 17.00 น. มีพิธีอธิษฐานจิตอุทิศแด่วีรชนค่ายบางระจัน หลังจากนั้นจึงจะเปิดให้บูชาผ้ายันต์ค่ายบางระจัน (สำนักข่าวกรมประชาสัมันธ์ 3 กรกฏาคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Friday 03 Jul 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ 19 คนอ่าน  
.
.

       พันตำรวจโท หม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม มีนโยบายในการปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญหาทางวัฒนธรรม เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญ สร้างความภาคภูมิใจ เกิดการอนุรักษ์ และฟื้นฟูอัตลักษณ์ของคนในชาติให้ดำรงอยู่ต่อไป และได้ดำเนินการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญหาทางวัฒนธรรมของชาติ มาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2552 ปัจจุบันได้ประกาศขึ้นทะเบียนแล้ว 286 รายการ แบ่งออกเป็น 7 สาขา คือ ศิลปะการแสดง งานช่างฝีมือพื้นบ้าน วรรณกรรมพื้นบ้าน กีฬาภูมิปัญญาไทย แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม และงานเทศกาล ความรู้และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติจักรวาล และภาษา ผู้ที่มีสิทธิยื่นคำขอได้แก่ บุคคล ชุมชน สมาคม มูลนิธิ มหาวิทยาลัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐ

       ทั้งนี้ จังหวัดเพชรบุรีขอเชิญชวน ร่วมเสนอชื่อขอขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ติดต่อขอรับคู่มือได้ที่ สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เลขที่ 14 ถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 โทร. 0-2427 0028 หรือ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทุกแห่ง ตั้งแต่เดือนตุลาคม – ธันวาคม 2558 หรือดาวน์โหลดได้ทางเวปไซต์ http://ich.culture.go.th (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 2 กรกฏาคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Thursday 02 Jul 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  ช่างทำต้นเทียนพรรษา ชุมชนวัดบูรพา จังหวัดอุบลราชธานี เริ่มลงมือทำต้นเทียนพรรษาปร 24 คนอ่าน  
.
.

       นายสุคม เชาวฤทธิ์ ช่างทำต้นเทียนพรรษาชุมชนวัดบูรพา เปิดเผยว่า ในขณะนี้ ชาวชุมชนวัดบูรพา เขตเทศบาลนครอุบลราชธานี อำเภอเมืองอุบลราชธานี กำลังช่วยกันจัดทำต้นเทียนพรรษา เพื่อเข้าร่วมในงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2558 ซึ่งในปีนี้ ชุมชนวัดบูรพา จัดทำต้นเทียนพรรษา ประเภทติดพิมพ์ ขนาดกลาง 2 ต้น และขนาดใหญ่ 1 ต้น เข้าร่วมขบวนแห่เทียนพรรษา โดยเนื้อหาของต้นเทียนเกี่ยวกับเรื่องราวของพุทธศาสนา และพุทธชาดก รวมทั้งคำสอนทางพระพุทธศาสนา

       นายสุคม เชาวฤทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้รับความร่วมมือจากคนในชุมชน ทั้งผู้สูงอายุ คนทำงาน วันรุ่น นักเรียน นักศึกษา เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยกันจัดทำต้นเทียนพรรษา เช่น การแกะลวดลายพิมพ์ของเทียนพรรษาและองค์ประกอบอื่นๆ ถือเป็นการร่วมกันสืบสานประเพณีอันดีงามของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้ามาเรียนรู้ในการเรื่องทำต้นเทียนพรรษาได้ทุกวัน ซึ่งชุมชนวัดบูรพามีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว ผู้สนใจ รวมทั้งสาวงามที่เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2015 ซึ่งจะมาเก็บตัวที่จังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงเดือนกรกฎาคม นี้ด้วย (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 1 กรกฏาคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Wednesday 01 Jul 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  นายกฯสั่งวธ.-ศธ.ผลิตหนังสือประวัติศาสตร์อ่านง่าย 31 คนอ่าน  
.
.


       นายกรัฐมนตรีสั่งการวธ.-ศธ. ผลิตหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทยให้ประชาชนทุกวัยได้เรียนรู้ ขณะที่รมว.วัฒนธรรม รับลูกมอบกรมศิลปากรรับไปดำเนินการ แนะเนื้อหาสำหรับเด็กต้องทำให้สนุกน่าอ่าน ไม่น่าเบื่อ

       วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2558 เวลา 16:05 น. นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยว่า  ตามที่วธ. ได้ร่วมกับมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา จัดพิมพ์นามานุกรมพระมหากษัตริย์ไทย เพื่อเผยแพร่พระราชประวัติพระเกียรติคุณและพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรีและรัตนโกสินทร์นั้น หลังจากนำไปมอบให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแล้ว นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ วธ. และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมกันจัดทำหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย สำหรับเด็กและเยาวชนทุกระดับชั้นตั้งแต่ประถม มัธยม ถึงอุดมศึกษา โดยให้มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ที่ทรงทำคุณประโยชน์ไว้ในแผ่นดิน ตั้งแต่สร้างชาติ สู้รบและสู้ความยากจน ความเป็นมาของประเทศไทย วัฒนธรรมประเพณีของไทย

       นายวีระ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร ได้จัดทำหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งเป็นหนังสือที่เล่าถึงยุคสมัยและประวัติศาสตร์ของไทยในยุคต่างๆ อาทิ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ทวารวดี ศรีวิชัย สุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ เป็นต้น โดยหนังสือเล่มดังกล่าวทางนักวิชาการได้เขียนและนำเสนอเรื่องราวที่อ่านง่าย เหมาะสำหรับประชาชนทั่วไป ซึ่งขณะนี้ต้นฉบับได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการของกรมศิลปากรเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าภายในเดือนกรกฎาคมนี้จะจัดพิมพ์และเผยแพร่ให้ประชาชนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติ ที่สำคัญจะนำหนังสือเล่มดังกล่าวไปแปลและจัดพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้นักศึกษาต่างประเทศและชาวต่างชาติ ได้ศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยด้วย

       “สำหรับการจัดทำหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทยสำหรับเด็กในระดับต่างๆ ผมได้มอบหมายให้กรมศิลปากร รับไปดำเนินการ โดยหลังจากนี้ต้องไปหารือกับ ศธ. ถึงแนวทางและการดำเนินการร่วมกันในการจัดทำคู่มือประวัติศาสตร์ชาติไทยให้เด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติอย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งอาจจะต้องตั้งคณะทำงาน เพื่อให้มีการขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ผมมองว่าการจัดทำหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทยในส่วนของเด็กและเยาวชน จะต้องใช้วิธีการเขียนที่อ่านแล้วสนุก น่าสนใจ ไม่น่าเบื่อ รวมถึงมีภาพประกอบสวยงาม ที่สำคัญในส่วนของระดับประถมศึกษาอาจจะจัดทำหนังสือในรูปแบบการ์ตูน เพื่อดึงดูดความสนใจจากเด็กและเยาวชน”รมว.วัฒนธรรม กล่าว“ (เดลินิวส์ 29 มิถุนายน 2558)



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Monday 29 Jun 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  'เรือโบราณ'โผล่ลำเซบาย ชาวบ้านแห่บูชากราบไหว้ 68 คนอ่าน  
.
.

       เมื่อวันที่ 22มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณฝั่งลำเซบายเขตบ้านเชียงเพ็งต.เชียงเพ็งอ.ป่าติ้วจ.ยโสธรฝั่งตรงข้ามเทศบาลตำบลน้ำปลีกอ.เมืองจ.อำนาจเจริญชาวบ้านทั้งสองฝั่งของลำน้ำสายนี้ได้พบซากเรือเก่าคาดอายุไม่ต่ำกว่า 200 ปี ต่อมามีผู้คนจำนวนมากเดินทางไปดูพร้อมขอหวย ทำพิธีบูชาตามความเชื่อตรวจสอบความยาว 26เมตร กว้าง 3.50เมตร ลึก 2.50เมตรสภาพหงายพบโครงสร้างยังสมบูรณ์คาดเป็นเรือบรรทุกข้าวสารที่พ่อค้าสมัยก่อนขนจากเขต อ.เลิงนกทาจ.ยโสธร ล่องเรือผ่านไปขายในเขตอ.เมืองจ.อุบลราชธานีชาวบ้านทั้งในเขต อ.ป่าติ้วและเทศบาลตำบลน้ำปลีก ได้ระดมทุนช่วยกันว่าจ้างรถแบคโฮรวม 2คันมาขุดดินออกแล้วทำการลากเรือขึ้นฝั่งตอนนนี้ยังไม่สามารถลากขึ้นฝั่งได้โดยชาวบ้านต่างทำพิธีขอขมากราบไหว้ขออนุญาตนำเรือขึ้นประดิษฐานในที่สมควร“

       ด้านนายชนินเตาเงิน นายกเทศมนตรีตำบลน้ำปลีกเปิดเผยว่า นายสุทธินันท์บุญมี ผู้ว่าราชการ จ.อำนาจเจริญได้สั่งการให้ทางเทศบาลน้ำปลีกลงไปช่วยเหลือชาวบ้านทำการลากขึ้นให้ได้อย่างปลอดภัยให้คงสภาพเรือไว้สมบูรณ์พร้อมหาข้อมูลให้ละเอียดเพื่อรายงานกระทรวงวัฒนธรรมต่อไป

       ด้านนายปราโมท ชาวเมืองโขงวัฒนธรรม จ.อำนาจเจริญเปิดเผยว่า ข้อมูลตอนนี้ยังไม่ชัดเจนเจ้าหน้าที่กรมศิลป์ก็เข้าตรวจไม่ค่อยได้เพราะคนมุงดูตลอด ประกอบกับดินโคลนลึกมีฝนตก ขณะที่ชาวบ้านจะเอาไปไว้ที่วัดเชียงเพ็งอ.ป่าติ้วจ.ยโสธรหรือที่ไหนยังไม่แน่นอนแต่ตอนนี้ยังเคลื่อนไม่ได้ฝากไปถึงพี่น้องประชาชนทั้งยโสธรและอำนาจเจริญที่จะไปชมถนนทางเข้าแคบมากรถสวนทางกันไม่ค่อยได้เข้าไปไม่ถึงลำบากขอให้รออีก 2-3วันน่าจะนำเรือขึ้นได้ (เดลินิวส์ 23 มิถุนายน 2558)





.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Tuesday 23 Jun 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  มหกรรมหมอลำ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จัดที่มหาสารคาม 25-26 มิถุนายน นี้ 56 คนอ่าน  
.
.

       นางสมพร เมตตาริกานนท์ วัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับจังหวัดมหาสารคาม กำหนดจัดการแสดงหมอลำในงาน มหกรรมหมอลำ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประจำปี 2558 เพื่อเป็นการรณรงค์ส่งเสริมความเป็นไทย สร้างรายได้แก่ชุมชน ประชาชนในท้องถิ่น ส่งเสริมบทบาทศิลปินหมอลำ สืบทอดศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญา สนองนโยบายรัฐบาลและกระทรวงวัฒนธรรม โดยกำหนดจัดงาน ในระหว่างวันที่ 25-26 มิถุนายน 2558 ณ บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม พบกับศิลปินแห่งชาติ หมอลำฉวีวรรณ ดำเนิน ป.ฉลาดน้อย ส่งเสริม บานเย็น รากแก่น พร้อมด้วยหมอลำ เดือนเพ็ญ อำนวยพร ราตรี ศรีวิไล บัวผัน ดาวคะนอง ไพบูลย์ เสียงทอง และศิลปินหมอลำชื่อดังทั่วภาคอีสาน

       วัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการองค์ความรู้ศิลปินหมอลำพื้นบ้าน เวทีเสวนาวิชาวิชาการด้านหมอลำ ช้อป ชม ชิม ของดีบ้านฉัน และการจำหน่ายสินค้าราคาถูก ชมฟรีตลอดงาน (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 18 มิถูนายน 2558)



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Thursday 18 Jun 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  จ.กาฬสินธุ์ จัดงานมหกรรมหมอลำภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม 55 คนอ่าน  
.
.

       นายภุชงค์ โพธิกุฏสัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดงานมหกรรมหมอลำ ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2558 ซึ่งสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา เยาวชน ครู อาจารย์ และประชาชนทั่วไป ได้มีส่วนร่วมในการสืบสานมรดกวัฒนธรรม ศิลปะการแสดงพื้นบ้าน “หมอลำ” ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป ซึ่งมีคณะหมอลำในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ มาร่วมแสดงให้รับชม คือคณะดาวหลักเมือง และคณะเพชรแพรวา

       นางพรพิมล คงตระกูล วัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า หมอลำ เป็นการแสดงศิลปะพื้นบ้านที่มีคุณค่า และมีความสำคัญต่อชาวอีสานในอดีต ซึ่งนอกจากจะเป็นศิลปะที่ให้ความบันเทิง สนุกสนาน เพลิดเพลินแล้วยังสอดแทรกความรู้ คติธรรม ความเชื่อตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ และรัฐบาลได้มีนโยบายให้ความสำคัญเกี่ยวกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ในปี 2558-2563 ขณะที่กระทรวงวัฒนธรรมมุ่งส่งเสริมศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ดังนั้น จังหวัดกาฬสินธุ์ จึงได้จัดงานมหกรรมหมอลำ ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ขึ้นทุกวันอังคาร เริ่ม รวม 9 ครั้ง ที่เวทีหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ตั้งแต่เวลา 16.00-21.00 น. มีคณะหมอลำในเขตพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ มาทำการแสดง ทั้งหมด 16 คณะ วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พบกับคณะดวงสมพงษ์, คณะขวัญใจจี่บ่าย , วันที่ 30 มิถุนายน คณะยุคใหม่ไดโนเสาร์ กับคณะบุญเพ็ง พระเหล็กไหล, วันที่ 7 กรกฎาคม คณะเกศสยาม กับคณะเพชรคำแก้ว, วันที่ 14 กรกฎาคม คณะฟ้าใหม่บันเทิงศิลป์ กับคณะขวัญใจเพชรโนนแดง, วันที่ 21 กรกฎาคม คณะขวัญใจเพชรโพนทอง กับคณะดาวรุ่งเพชรเมืองไทย, วันที่ 28 กรกฎาคม คณะทีเด็ดเพชรฟ้ารุ่ง กับคณะยอดชายเจริญศิลป์, วันที่ 4 สิงหาคม คณะยอดฟ้าดวงมาลา และวันที่ 11 สิงหาคม หมอลำจาก 16 คณะจะได้แสดงเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมชมหมอลำ ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นชาวกาฬสินธุ์ (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 17 มิถุนายน 2558)



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Wednesday 17 Jun 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  เจาะประเด็น : อ้ายคนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เหยียบย่ำ 'รอยพระบาท' บทเรียน TGT 57 คนอ่าน  
.
.

       รายการ ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 5 (Thailand's Got Talent season 5 ตัวย่อ TGT ) กลับมาพร้อมกระแสวิจารณ์ยับเพราะฉากเปิดเจ้ากรรม 'น้าเน็ก' พิธีกรดัง ขึ้นไปยืนเหยียบรอยพระบาท วัดพระบาทปู่ผาแดง อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเหนือที่ชาวบ้านเคารพศรัทธา งานนี้ผู้เกี่ยวข้องยืดอกน้อมรับผิดอย่างทันควันโดยอ้างว่า 'รู้เท่าไม่ถึงการณ์' 
       
       หลังแพร่ภาพเปิดตัว รายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซัน 5 กรณีพิธีกรประจำรายการปีนขึ้นไปเหยียบรอยพระพุทธบาท บริเวณปลายยอดเขาดอยปู่ยักษ์ของ วัดพระบาทปู่ผาแดง หรือวัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ ตั้งอยู่ใน อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา กลายเป็นบทเรียนราคาแพงของ 'น้าเน็ก - เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา'พิธีกรดัง รวมทั้งทีมงานฯ ทั้งกรณีนำธงสัญลักษณ์รายการไปปักบนยอดเขา งานนี้ถูกกระแสวิจารณ์อย่างหนักโดยเฉพาะในเรื่องความไม่เหมาะสม ลบหลู่สถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา อันเป็นที่เคารพกราบไหว้ของพุทธศาสนิกชน
       
        บทลงโทษทางสังคม
        โดนกระแสวิจารณ์จากพี่น้องชาวเหนือและสังคมออนไลน์อย่างหนัก ล่าสุด (14 มิ.ย.) น้าเน็กผู้บริหารเวิร์คพ้อยท์ พร้อมทีมงานฯ เดินทางนำ ดอกไม้-ธูปเทียน กราบขอขมา รอยพระพุทธบาท ณ วัดพระพุทธบาทปู่ผาแดง หลังขึ้นปีนไปเยียบในฉากเปิดของรายการ ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 5 ซึ่งพวกเขาน้อมรับในความผิดพลาดยอมรับว่ากระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ 
       
        โดยพนมมือไหว้และกล่าวคำขอขมาว่า “หากทางทีมงานฯ ได้ล่วงเกินสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ข้าพเจ้าและทีมงานขอกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของข้าพเจ้า และทีมงานฯ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตอยู่ ณ ที่นี้ โปรดเมตตา และให้อภัยแก่ข้าพเจ้า และทีมงานฯ ไว้ด้วย” 
       
        Astv ผู้จัดการ Live ติดต่อไปยัง ดร.สมบูรณ์ วัฒนะ รักษาการแทนรองคณบดี วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าการเคารพสถานที่ให้เกียรติวัฒนธรรมท้องถิ่นถือเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับความผิดพลาดจากเหตุรู้เท่าไม่ถึงการณ์นั้นเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกคน

    “ถ้าเราถามเรื่องการให้อภัย ในแง่การปฏิบัติต้องแสดงให้ประชาชนในพื้นที่เขาเห็นว่าเรามีความจริงใจต่อความผิดพลาดนั้นอย่างไร ให้เขาเห็นด้วยวิธีการที่เหมาะสมให้ชาวบ้านเขาพึงพอใจเห็นว่าเราไม่มีเจตนาและยอมรับ คงจะได้รับการอภัย”
       
        ท้ายที่สุด การเข้าขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิต ณ ยอดเขาดอยปู่ยักษ์ จ.ลำปาง ของทีมงานฯ รายการดังกล่าว จะได้รับการให้อภัยจากประชาชนผู้เสื่อมใสศรัทธารอยพระบาทหรือไม่ การขอขมาก็ถือเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจอย่างหนึ่งซึ่งดีกว่ารับทราบกระแสวิจารณ์แต่ไม่ทำอะไรเลย
       
        เขาทิ้งท้ายว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนที่สังคมต้องเรียนรู้ ต้องยอมรับโลกทัศน์ที่แตกต่าง ความเชื่อความศรัทธาเป็นสิ่งที่ต้องให้เกียรติ รวมทั้งการให้เกียรติสถานที่และวัฒนธรรมท้องถิ่น ฉะนั้น คนภายนอกที่เข้าไปก่อนที่จะทำอะไร ต้องศึกษาวิถีชีวิตวิธีคิดความเชื่อของคนต้องระวัง
       
        รอยพระบาท คุณค่าทางใจ 
        อ.คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง อาจารย์ประจำภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิพากษ์ประเด็นร้อนผ่าน Astv ผู้จัดการ Live หากเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และแสดงความรับผิดชอบโดยการออกมาขอขมาก็เป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การให้อภัย กรณีทีมงานรายการดังกล่าว เหยียบรอยพระบาท บนยอดเขาดอยปู่ยักษ์ของ วัดพระบาทปู่ผาแดง จ.ลำปาง 
       
        ยิ่งเป็นรอยพระบาทลักษณะจารึกบริเวณชั้นหินธรรมชาติ ไม่มีร่องรอยสักการะก็เป็นได้สูงที่คนต่างถิ่นจะเกิดความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยไม่เจตนา “ถ้าไม่รู้ว่านั้นเป็นรอยพระพุทธบาท ไม่มีร่องรอยอะไรเลย เราว่าเขาไม่ได้ โอเค! ถ้ามารู้ทีหลังควรขอโทษแสดงคววามรับผิดชอบไหม? ก็เป็นเรื่องนึงที่เขาแสดงความรับผิดชอบที่หลังว่าเขาไปทำการหลบหลู่สิ่งที่ชาวบ้านนับถือโดยที่เขาไม่รู้เป็นอีกกรณีนึง แต่ถ้ารู้แล้วทำก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง” 
       
        ในประเทศไทยนั้นมีรอยพระพุทธบาทกระจายอยู่ทั่ว จนหลายท่านอาจเคลือบแคลงสงสัยว่าทั้งหมดเป็นรอยพระบาทของพระพุทธเจ้าจริงหรือไม่? อ.คมกฤช ให้ความรู้ว่า รอยพระพุทธบาทเป็นเหมือนร่องรอยของการเผยแพร่พุทธศาสนาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล
       
        “เวลาเราพูดถึงรอยพระพุทธบาทมันมักมีตำนานรองรับว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาที่นั้นที่นี่ รอยพระพุทธบาทที่เก่าแก่ที่สุดของเราและก็มีอยู่ในหลักฐานโบราณก็คือรอยพระพุทธบาทที่ จ.สระบุรี มันมีเขียนในคัมภีร์ทางสายบาลีว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับพระพุทธบาทที่นี่ 
       
        “คำถามก็คือไม่มีใครรู้หรอกว่าพระพุทธเจ้ามาจริงหรือเปล่า? แต่ประเด็นก็คือมันเป็นร่องรอยทางวรรณคดีว่าพระพุทธศาสนาได้เข้ามาสู่ดินแดนสุวรรณภูมิ ที่นี้ พระพุทธศาสนาเข้ามาเราอาจจะเข้าใจว่านั่นคือการเข้ามาของพระพุทธเจ้า ถ้าเข้าไปดูทางภาคเหนือก็จะเห็นตำนานพระธาตุต่างๆ ที่บอกว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมามันก็เป็นลักษณะเดียวกัน
       
        “ประเด็นคือไม่จำเป็นว่ามันจริงหรือเปล่าที่พระพุทธเจ้าเสด็จมา แต่ร่องรอยของพระพุทธบาทเป็นหลักฐานหรือเป็นร่องรอยที่แสดงให้เห็นการเข้ามาของพุทธศาสนาซึ่งมันสอดรับกับตำนานท้องถิ่น รอยนั้นอาจจะมีอยู่ก่อนแล้วก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นรอยที่มนุษย์ทำ รอยธรรมชาติก็ตามแต่ สุดท้ายก็ถูกผนวกรวมเข้ากับความเชื่อทางศาสนา นี่ความคิดเกี่ยวกับพระพุทธบาทโบราณ” อ.คมกฤช อธิบาย
       
        ดร.สมบูรณ์ อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอยพระบาท “ไม่ได้ต่างกันเลยกับคำถามว่าทำไมเราถึงมีพระพุทธรูปหลายที่ การมีรอยพระพุทธบาท กับ ต้นศรีมหาโพธิ์ ก็มีหลายที่ มันเป็นสัญลักษณ์แทนประพุทธเจ้าดั้งเดิมก่อนที่จะมีพระพุทธรูปด้วยซ้ำไป คนสมันอินเดียแต่ก่อนไม่กล้าปั้นรูปเคารพนะ เพราะว่าเหมือนจะเป็นการไม่เคารพพระศาสดา เขาก็ใช้วิธีกราบไหว้บูชาต้นโพธิ์ หรือว่าบูชารอยพระพุทธบาท หรือว่าที่ประทับของพระองค์ แต่ครั้นอารยธรรมกรีกเข้ามา ก็มีการปั้นรูปเคารพ หลังจากนั้นก็มีการปั้นพระพุทธรูปแทนพระองค์ เพราะฉะนั้นใครก็ปั้นได้ถ้าเขามีศรัทธา”
       
        อย่าต่อกรกับ 'ความเชื่อ'
        หวนนึกถึงสุภาษิตโบราณ 'ไม่เชื่ออย่าลบหลู่' ดร.สมบูรณ์ แสดงทัศนะว่าเรื่องความศรัทธาไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจริงหรือไม่อย่างไร “เพราะว่ามันเป็นเรื่องมิติทางด้านจิตใจ เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งหลอมรวมประชาชนให้ยึดเหนี่ยวเป็นมิติทางศาสนา มันมีฝ่ายที่เขาเชื่อแต่อีกฝ่ายหนึ่งอาจรู้สึกว่าก็ไม่สำคัญอะไร ประเด็นคือว่า เรากำลังมีการกระทำไปกระทบกับความรู้สึกของคนอื่นเขา อันนี้แน่นอนว่าเราห้ามความคิดของคนไม่ได้ 
       
        “ผมมองว่าถ้าคนให้ความสำคัญเรื่องของการศึกษามิติทางด้านความเชื่อทางด้านศาสนาของคน ปัญหาเหล่านี้มันจะลดลง แต่ว่าสังคมไทยละเลยในเรื่องทางด้านมิติทางจิตใจทางด้านศาสนากันน้อย ไม่ค่อยสนใจกันมาก ฉะนั้น มันถึงเกิดกรณีอย่างนี้ แต่ถ้าเราศึกษาเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดครับ เพราะว่าเป็นเรื่องของสิทธิความเชื่อของเขา มันไม่มีอะไรวัดเพระาเป็นเรื่องของจิตใจ”

   ความศรัทธาของมนุษย์ที่เกิดขึ้น ดร.สมบูรณ์ อธิบายว่าเป็นสิ่งที่ขึ้นโดยธรรมชาติของมนุษย์ “ ตั้งแต่เกิดมามนุษย์ต้องการความปลอดภัย ต้องการที่พึ่งอะไรสักอย่าง ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าแม้คนที่ศึกษามาเป็นระดับ ดร. ทางวิทยาศาสตร์เขาก็ยังสนใจเรื่องของมิติที่ทางศาสนา คุณค่าของจิตใจ เพราะเป็นมิตรหลอมรวมคนสังคมนั้นๆ ให้มีที่พึ่ง” 
       
        ความศรัทธาสิ่งศักดิ์สิทธ์อย่างใดอย่างหนึ่ง การพิสูจน์ตามหลักวิทยาศาสตร์ตามหลักเหตุผลคงถูกนำมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพิจารณา 
       
        “แต่ว่าบางความเชื่อมันเป็นสิ่งที่สืบทอดในทางวัฒนธรรมทางประเพณี มันเป็นวิถีชีวิตมันเป็นความเชื่อของชุมชน ต่อให้มันไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เราก็ไม่ควรไปละเมิด ในฐานะที่เขามีอีกความเชื่อหนึ่ง ไม่ได้แปลว่าความเชื่อที่เขานับถือมันไม่มีเหตุผลเราไปละเมิดได้ ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งไม่ถูก สุดท้ายเขาจะเชื่ออย่างไรก็ตามถ้าเขาไม่ละเมิดกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิคนอื่น มีสิทธิเสรีภาพที่จะเชื่อ และเราไม่มีสิทธิไปละเมิดความเชื่อนั้นด้วย” อ.คมกฤช กล่าว
       
        อย่างไรก็ตาม กรณีรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 5 ถือเป็นบทเรียนสำคัญของคนทำสื่อ โดยเฉพาะการถ่ายทำนอกสถานที่ต้องมีการศึกษาบริบทท้องถิ่นอย่างรอบคอบ อ.คมกฤช แสดงทัศนะทิ้งท้าย
       
        “คือจริงๆ ผมว่าถ้าไปเกี่ยวข้องกับความเชื่อของชาวบ้าน สื่อจำเป็นอย่างยิ่งต้องหาข้อมูลรอบด้านและมีความระมัดระวังมาก การทำงานกับสื่อที่ต้องเน้นโลเกชั่นเน้นความหวือหวา โดยลืมไปว่าตรงนั้นมีความสำคัญอะไรบ้าง บางทีอาจไม่จำเป็นต้องเป็นศาสนวัตถุอย่างเดียวก็ได้ เช่น เป็นบริเวณที่ชาวบ้านให้ความเคารพ มันเป็นความรับผิดชอบของสื่อที่ต้องระมัดระวัง เพราะมันเป็นความเชื่อของผู้อื่น” (ASTVผู้จัดการ 16 มิถุนายน 2558)



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Tuesday 16 Jun 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  จังหวัดมุกดาหาร จัดกิจกรรมโครงการ “ผู้ว่าฯ พาเยี่ยมวัดทำบุญสืบสานวัฒนธรรมประเพณี 59 คนอ่าน  
.
.

       วันนี้ (15 มิ.ย.58) เวลา 07.00 น. (ตรงกับแรม 14 ค่ำ เดือน 7) ที่วัดศรีมุกดา ชุมชนศรีมุกดา ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานถวายภัตตาหารเช้า ตามโครงการผู้ว่าฯ พาเยี่ยมวัดทำบุญสืบสานวัฒนธรรมประเพณีวิถีพุทธ จังหวัดมุกดาหาร ประจำปีงบประมาณ 2558 พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พี่น้องประชาชนชาวตำบลมุกดาหาร

       นายศุภเดช การถัก ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า โครงการ "ผู้ว่าฯ พาเยี่ยมวัด ทำบุญสืบสานวัฒนธรรมประเพณีตามวิถีพุทธ” เป็นโครงการที่จังหวัดมุกดาหาร โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร จัดขึ้นทุกวันพระ ซึ่งในวันนี้ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร เป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารเช้า ซึ่งจะหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพไปตามวัดต่างๆ ทั้ง 7 อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อส่งเสริมให้ข้าราชการจากส่วนราชการต่างๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ได้มีโอกาสเข้าวัด ทำบุญตักบาตร รับศีล ฟังธรรม ในวันธรรมสวนะ เพื่อนำหลักธรรมคำสอนของศาสนาไปปรับใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน สืบสานวัฒนธรรมประเพณีวิถีพุทธอันดีงามให้คงอยู่คู่ชุมชนสืบไป (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 15 มิถุนายน 2558)



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Monday 15 Jun 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: ข่าวกิจกรรม | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย จังหวัดลำพูน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นองค์กรรับรองสมรรถนะ 55 คนอ่าน  
.
.

       เมื่อวานนี้ ( 10 มิถุนายน 2558 ) องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ได้จัดงานเปิดตัวสถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย ในฐานะที่เป็นศูนย์รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ ในสาขาวิชาชีพอนุรักษ์งานพื้นบ้านและศิลปหัตถกรรม สาขาผู้ผลิตผ้าทอเทคนิคยก โดยมี นายณรงค์ อ่อนสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ประธานเปิดงาน เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ เกี่ยวกับการวัดมาตรฐานอาชีพและระบบคุณวุฒิวิชาชีพประเทศไทย ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ผลิตผ้าทอมือได้รับการประเมินและทดสอบสมรรถนะของตนเอง ก่อให้เกิดการตื่นตัวในการพัฒนาทักษะด้านการทอผ้าด้วยมือต่อไป

       การจัดตั้งองค์กรรับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพด้านผ้าทอ เทคนิคยก มุ่งให้ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับผ้าทอ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของคุณภาพงานที่ผลิต และเข้ามาขอรับการประเมินและการรับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพเพิ่ม มากขึ้น โดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) เป็นผู้กำหนดระดับการวัดประเมิน สมรรถนะ 7 ระดับ ได้แก่ ระดับ 1 ผู้มีทักษะเบื้องต้น , ระดับ 2 ผู้มีทักษะฝีมือ , ระดับ 3 ผู้มีทักษะเฉพาะทาง , ระดับ 4 ผู้ชำนาญในอาชีพ , ระดับ 5 ผู้เชี่ยวชาญในอาชีพ , ระดับ 6 ผู้เชี่ยวชาญพิเศษในอาชีพ และระดับ 7 ผู้ทรงคุณวุฒิในอาชีพ

       ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า ผ้าทอเทคนิคยก นับเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของจังหวัดลำพูนด้านผ้าทอมือ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่สืบทอดต่อเนื่องมาแต่อดีตเป็นเวลายาวนาน ผ้าทอของจังหวัดลำพูน เป็นผ้าทอที่มีคุณภาพสวยงาม ได้รับการยอมรับจากผู้ซื้อ จังหวัดมุ่งส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านการทอผ้าด้วยมือสู่ระดับสากล เพื่อช่วยอนุรักษ์งานพื้นบ้านและศิลปหัตถกรรมผ้าทอมือ เพื่อเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น ประการสำคัญ จังหวัดมุ่งส่งเสริมให้นักเรียนในสถานศึกษาได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของผ้าทอมือ โดยให้จัดการเรียนการสอนผ้าทอมือแก่นักเรียนในโรงเรียน ได้ฝึกเรียนรู้ ประสบการณ์การทอผ้า และจะเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์สืบทอดการทอผ้าให้คงอยู่สืบไป

       สำหรับ ผู้ประกอบอาชีพทอผ้า ที่มีความประสงค์จะเข้ารับการประเมินทดสอบสมรรถนะของตนเอง สามารถติดต่อได้ที่สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000 หมายเลขโทรศัพท์ 053-560144 (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 11 มิถุนายน 2558)



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Thursday 11 Jun 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

ข่าวโบราณคดีฯ
ข่าวโบราณคดีฯ

3005 เรื่อง (301 หน้า, 10 เรื่องต่อหน้า)
[ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 | 55 | 56 | 57 | 58 | 59 | 60 | 61 | 62 | 63 | 64 | 65 | 66 | 67 | 68 | 69 | 70 | 71 | 72 | 73 | 74 | 75 | 76 | 77 | 78 | 79 | 80 | 81 | 82 | 83 | 84 | 85 | 86 | 87 | 88 | 89 | 90 | 91 | 92 | 93 | 94 | 95 | 96 | 97 | 98 | 99 | 100 | 101 | 102 | 103 | 104 | 105 | 106 | 107 | 108 | 109 | 110 | 111 | 112 | 113 | 114 | 115 | 116 | 117 | 118 | 119 | 120 | 121 | 122 | 123 | 124 | 125 | 126 | 127 | 128 | 129 | 130 | 131 | 132 | 133 | 134 | 135 | 136 | 137 | 138 | 139 | 140 | 141 | 142 | 143 | 144 | 145 | 146 | 147 | 148 | 149 | 150 | 151 | 152 | 153 | 154 | 155 | 156 | 157 | 158 | 159 | 160 | 161 | 162 | 163 | 164 | 165 | 166 | 167 | 168 | 169 | 170 | 171 | 172 | 173 | 174 | 175 | 176 | 177 | 178 | 179 | 180 | 181 | 182 | 183 | 184 | 185 | 186 | 187 | 188 | 189 | 190 | 191 | 192 | 193 | 194 | 195 | 196 | 197 | 198 | 199 | 200 | 201 | 202 | 203 | 204 | 205 | 206 | 207 | 208 | 209 | 210 | 211 | 212 | 213 | 214 | 215 | 216 | 217 | 218 | 219 | 220 | 221 | 222 | 223 | 224 | 225 | 226 | 227 | 228 | 229 | 230 | 231 | 232 | 233 | 234 | 235 | 236 | 237 | 238 | 239 | 240 | 241 | 242 | 243 | 244 | 245 | 246 | 247 | 248 | 249 | 250 | 251 | 252 | 253 | 254 | 255 | 256 | 257 | 258 | 259 | 260 | 261 | 262 | 263 | 264 | 265 | 266 | 267 | 268 | 269 | 270 | 271 | 272 | 273 | 274 | 275 | 276 | 277 | 278 | 279 | 280 | 281 | 282 | 283 | 284 | 285 | 286 | 287 | 288 | 289 | 290 | 291 | 292 | 293 | 294 | 295 | 296 | 297 | 298 | 299 | 300 | 301 ]

วารสาร รายสามเดือน เมืองโบราณ


นายรอบรู้ สารคดี ดอต คอมBenz Thonburi ธนบุรีประกอบรถยนต์ Viriyah Insurance วิริยะประกันภัย Ancient City เมืองโบราณ สมุทรปราการ

กองบรรณาธิการ วารสารเมืองโบราณ/ศูนย์ข้อมูลเมืองโบราณ
อาคารวิริยะประกันภัย สาขากรุงเกษม ชั้น 3 1242 ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100
Tel: +66 (0) 2225 4476, +66 (0) 2226 2856, และ +66 (0) 2223 0851 # 3005 Fax: +66 (0) 2226 2856