ค้นหา 
วารสาร เมืองโบราณ MuangBoran Journal: ข่าวโบราณคดีฯ

ค้นหาในหัวข้อนี้:   
[ กลับไปที่หน้าแรก | กรุณาเลือกหัวข้อใหม่ ]

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  ฝรั่งเศสเร่งหามือฉก “พระมหามงกุฎ” 8 คนอ่าน  
.
.

       ฝรั่งเศสเร่งหาคนร้ายโจรกรรม “พระมหามงกุฎ”เครื่องมงคลราชบรรณาการจากไทย ขณะที่ ”บวรเวท รุ่งรุจี” อธิบดีกรมศืลป์ อึ้งโจรเลียนแบบหนัง คาดมีใบสั่งเศรษฐี สั่งคุมเข้มรักษาความปลอดภัยพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศ

       เมื่อวานนี้(3 มี.ค.) ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า จากกรณีที่เกิดเหตุโจรกรรมที่พิพิธภัณฑ์จีน ภายในพระราชวังฟงแตนโบล กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส  ซึ่งพบว่า "พระมหามงกุฎ" เครื่องมงคลราชบรรณาการของไทย สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทูลเกล้าฯ ถวายแด่จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 แห่งฝรั่งเศส หายไปพร้อมกับ โบราณวัตถุอื่น ๆ อีก 15 รายการ นั้น ตนได้รายงานนี้ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบแล้ว ซึ่งนายกฯบอกให้ติดตามความคืบหน้าด้วย อย่างไรก็ตามตนได้รับรายงานจากนักวิชาการ สำนักหอจดหมายเหตุ กรมศิลปากร โดยอ้างอิงจากเอกสารจดหมายเหตุ เย็บเล่ม ของกระทรวงการต่างประเทศ ฝรั่งเศส เล่ม 2 ว่า โบราณวัตถุที่หายไปนั้น เรียกว่า พระมหามงกุฎลงยาประดับพลอย เพชร มรกต ทับทิม เป็นเครื่องมงคลบรรณาการที่ฝ่ายไทย มอบให้แด่จักรพรรดินโปเลียนแห่งฝรั่งเศส ไม่ได้เรียกว่าพระมหาพิชัยมงกุฎ ส่วนพระมหาพิชัยมงกุฎ นั้น เป็นของพระมหากษัตริย์ ซึ่งเก็บรักษาไว้ที่พระบรมหาราชวัง ดังนั้นขอทำความเข้าใจในส่วนนี้ด้วย

       รมว.วัฒนธรรม กล่าวอีกว่า ในวันนี้ตนยังได้โทรศัพท์ไปสอบถามความคืบหน้ากรณีดังกล่าวจาก นายอภิชาติ ชินวรรโณ เอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส โดยได้รับการชี้แจงว่า เรื่องโบราณวัตถุถูกโจรกรรม เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจมากในฝรั่งเศส เพราะโดยทั่วไประบบรักษาความปลอดภัยในพิพิธภัณฑ์จะเข้มงวดและมีประสิทธิภาพ มาก ซึ่งทางการฝรั่งเศสรู้สึกตกใจและเป็นห่วงเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นเวลานี้ทางฝรั่งเศสกำลังเร่งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ติดตามตรวจสอบอย่าง หนัก  เพื่อหาผู้กระทำความผิดในครั้งนี้ให้ได้โดยเร็ว

       ด้าน นายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า  การโจรกรรมพระมหามงกุฎ พร้อมด้วยโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์จีนครั้งนี้ เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ เพราะเหมือนถอดแบบมาจากภาพยนตร์ ซึ่งสามารถสันนิษฐานการโจรกรรมได้หลายสาเหตุ เมื่อพิจารณาตามหลักการและเหตุผลแล้ว เห็นว่า พระมหามงกุฎ  เป็นโบราณวัตถุที่มีคุณค่าและอยู่ในพิพิธภัณฑ์ มีการขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุไว้แล้ว จึงยากที่จะนำมาซื้อขายทอดตลาด เพราะผิดกฎหมาย ยกเว้นจะมีใบสั่งให้โจรกรรม หรือ อาจจะมีการนำไปขายในตลาดมืดอีกต่อหนึ่ง เพื่อเป็นของชื่นชมของพวกนักสะสม หรือเศรษฐี  

       “ แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ก็ประมาทไม่ได้ ดังนั้นผมจึงกำชับให้นายสหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ รองอธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งกำกับดูแลสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั้ง 44  แห่ง ทั่วประเทศอย่างเข้มงวด ซึ่งในปี 2558 กรมศิลปากรได้กำหนดติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มกว่า 100 ตัว ในจุดสำคัญภายในพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ โดยใช้งบประมาณ กว่า 17 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังได้จัดเจ้าหน้าที่ประจำห้องภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เพื่อดูแล ตรวจสอบ โดยเฉพาะการสอดส่องผู้ที่เข้ามาชมไม่ให้มีการซ่อนตัวอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ได้ เพราะหลายครั้งที่เกิดการโจรกรรมโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์มักเกิดจากการหลบ ซ่อนตัวในมุมอับตามที่ต่าง ๆ ส่วนภายนอกพิพิธภัณฑ์ให้จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง"นายบวรเวทกล่าว. (เดลินิวส์ 4มีนาคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Wednesday 04 Mar 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  งานมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุประจำปี 2558 จะเป็นโอกาสของการประกาศตนของคนนครให้คนทั่วโ 14 คนอ่าน  
.
.

คณะ กรรมการฝ่ายวิชาการจัดทำเอกสารเสนอพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลก กล่าวว่า งานมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุประจำปี 2558 จะเป็นโอกาสของการประกาศตนของคนนครให้คนทั่วโลกได้รับทราบถึงความศรัทธา

ผศ.ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายวิชาการ การจัดทำเอกสารเสนอพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลก กล่าวว่า การจัดงานมาฆบูชา แห่ผ้าขึ้นธาตุนานาชาติในปีนี้ ซึ่งจังหวัดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 1-4 มีนาคม 2558 ณ สวนสาธารณะศรีธรรมาโศกราช และวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยกิจกรรมมีทั้งกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา กิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับผ้าพระบฎ ทั้งการสาธิตการทำ การจัดนิทรรศการ การอัญเชิญผ้าพระบฎพระราชทาน และการจัดริ้วขบวนผ้าพระบฎพระราชทาน ผ้าพระบฏของหน่วยงานต่างๆ เพื่อถวายองค์พระบรมธาตุเจดีย์เป็นพุทธบูชา

ภายในงานมีกิจกรรมการแสดง การสาธิต การทำผ้าพระบฎ การกวนข้าวมธุปายาสยาคู การทำบุญตักบาตร การถวายผ้าพระบฎ การเวียนเทียน ล้วนเป็นกิจกรรมที่มีความเป็นพิเศษ เป็นหนึ่งเดียวของประเทศไทย ที่จะมีประชาชนจากทุกพื้นที่หลั่งไหลเข้ามาร่วมทำบุญในประเพณีนี้ ดังนั้นจึงเป็นโอกาสอันดีที่จะประชาสัมพันธ์ให้กับนานาชาติได้รับรู้รับทราบ ขณะที่คณะทำงานจะได้เก็บภาพกิจกรรมต่างๆ บรรจุลงในเอกสารฉบับสมบูรณ์ การเสนอพระบรมธาตุฯ เป็นมรดกโลก หรือ nomination dossier ด้วย ส่วนความคืบหน้าในการจัดทำเอกสาร จะมีการประชุมสัมมนานักวิชาการทั้งจากส่วนกลางและท้องถิ่น ในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง สมบูรณ์ของเอกสาร

จากนั้นจะเสนอไปยังกรมศิลปากรเพื่อกลั่น กรอง แล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษ แล้วมีการจัดสัมมนาอีกครั้งหนึ่งช่วงระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน 2558 เพื่อปรับปรุงแก้ไข ก่อนส่งไปยังคณะกรรมการมรดกโลกที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อตรวจสอบเบื้องต้น จากนั้นจะส่งกลับคืนมาให้ประเทศไทย เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ เสร็จแล้ว ประเทศไทยจะส่งฉบับจริงไปให้คณะกรรมการมรดกโลกได้พิจารณาในช่วงเดือนมกราคม 2559 (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 3 มีนาคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Tuesday 03 Mar 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  วธ.จัดงานครบรอบ 233 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ 17 คนอ่าน  
.
.

       กระทรวงวัฒนธรรมเตรียมจัดงานใหญ่ “ใต้ร่มพระบารมี 233 ปี กรุงรัตนโกสินทร์”เฉลิมฉลองครบรอบวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ครบ 233 ปี วันที่ 18 -21 เม.ย. 2558 ณ ท้องสนามหลวง

       วันนี้(2มี.ค.) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ วธ.เตรียมจัดงาน”ใต้ร่มพระบารมี 233 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” เพื่อเฉลิมฉลองวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งตรงกับวันที่ 21 เมษายนของทุกปี เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ที่ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และเพื่อเทิดพระเกียรติพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ใน ราชวงศ์จักรี โดยปีนี้เป็นการฉลองครบรอบ 233 ปี ซึ่งวธ.ได้กำหนดจัดงานผ่านกิจกรรมทางศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ในมิติต่างๆ ที่จะนำไปสู่ ความรัก ความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย ในระหว่างวันที่ 18 -21 เมษายน 2558 ณ บริเวณท้องสนามหลวง

       นายวีระ กล่าวต่อไปว่า สำหรับกิจกรรมสำคัญภายในงาน ประกอบด้วย ริ้วขบวนนำเสนอเหตุการณ์สำคัญ ความเป็นอยู่ และศิลปวัฒนธรรม ในแต่ละรัชสมัยของพระมหากษัตริย์ไทย ทั้ง 9 พระองค์ อาทิ การสร้างบ้านสร้างเมือง รัชกาลที่ 1 ,ฟูเฟื่องวรรณกรรม รัชกาลที่ 2 ,วัฒนะสู่สากล รัชกาลที่ 5 และบารมีพระมากล้นรำพัน รัชกาลที่ 9 เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีพิธีบวงสรวงเทพยดา และดวงพระวิญญาณสมเด็จพระบุรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า และพิธีบวงสรวงศาลหลักเมือง ณ ศาลหลักเมือง รวมถึงกิจกรรมไหว้พระ 9 วัด สืบสิริสวัสดิ์ 9 รัชกาล ซึ่งเป็นกิจกรรมให้ประชาชนได้ร่วมเดินทางโดยรถบัสไปไหว้พระประจำรัชกาลทั้ง 9 วัดด้วย

       รมว.วัฒนธรรม กล่าวอีกว่า การจัดงานดังกล่าวยังได้นำสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ที่เป็นจุดเด่นของชุมชนในกรุงเทพมหานคร มาสาธิตและจัดจำหน่าย รวมถึงมหกรรมภาพยนตร์ย้อนยุค ที่จะฉายภาพยนตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญของกรุงเทพฯ บนรถโรงหนัง มหกรรมว่าวไทยและว่าวนานาชาติ โดยจัดแข่งขันว่าวจากนักเล่นว่าวชาวไทย และต่างประเทศ การสาธิต จำหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยและของดีบ้านฉัน ฯลฯ อย่างไรก็ตามการจัดงานดังกล่าวถือเป็นกิจกรรมที่ประชาชนในชาติจะได้ร่วม แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยทั้ง 9 พระองค์ และแสดงถึงความสมานฉันท์ของคนในชาติ ขณะเดียวกันยังเป็นการสร้างรายได้ให้เกิดกับประชาชน ชุมชน และประเทศชาติ ตามนโยบาย มั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน ของรัฐบาล. (เดลินิวส์ 2 มีนาคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Monday 02 Mar 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  ฮือฮา!! พบอุโมงค์-หลุมหลบภัยทหารญี่ปุ่น สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่ใต้รร. 68 คนอ่าน  
.
.

ภาพ : ข่าวสด



       ข้าราชการบำนาญครู พบปากอุโมงค์และหลุมหลบภัย ทหารญี่ปุ่น สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนประสานผู้สื่อข่าวเข้าทำการพิสูจน์ทราบ ที่หน้ารั้วโรงเรียนกระบุรีวิทยา ติดกับถนนเพชรเกษม ต.น้ำจืด อ.กระบุรี จ.ระนอง พบทางเข้าเดิมมีกอหญ้าและดินปิดทับ มุดเข้าด้านใน ขุดเป็นโดมลักษณะครึ่งวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางกว้าง 2.5 เมตร และสูง 2.5 เมตร  สามารถบรรจุคนได้ 10-15 คน ส่วนผนังด้านในสุด เป็นช่องอุโมงค์ ขนาดกว้าง 0.5 เมตร สูง 1.50 เมตร แต่มีดินใหม่และหินปิดทับทางเข้า

       ครูบำนาญเผยเป็นศิษย์เก่าชั้นมัธยมศึกษาที่ 1 รุ่นแรก สมัยก่อสร้างโรงเรียน เคยเข้ามามุดอุโมงค์นี้เล่นกับเพื่อนๆ มีความยาวไม่ต่ำกว่า 30 เมตร ก่อนจะไปเชื่อมกับหลุมหลบภัยอื่นๆ ที่มีไม่ต่ำกว่า 10 หลุม รอบเนินเขา ตรงกลางสามารถไปโผล่สนามหญ้าหน้าโรงเรียน และเส้นทางอุโมงค์ จะอยู่ใต้พื้นดินที่ตั้งของโรงเรียนกระบุรีวิทยาในปัจจุบัน เดิมจะเป็นเนินเขา และที่ตั้งของค่ายทหารญี่ปุ่น ที่เข้ามาทำเส้นทางรถไฟ เชื่อมจากบ้านเขาสามแก้ว ตำบลนาชะอัง อำเภอเมืองจังหวัดชุมพร มาบ้านเขาฝาชี ตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2486 – พ.ศ. 2487

      โดยเมื่อวันที่ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด ได้รับการประสานจาก นายจุฬา อ.โชติคุต ข้าราชการบำนาญครู วัย 66 ปี อยู่ ต.น้ำจืด อ.กระบุรี จ.ระนอง ว่าพบปากอุโมงค์หลุมหลบภัย ของทหารญี่ปุ่น ที่สร้างสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะรุกเข้ามาในประเทศไทย และก่อสร้างเส้นทางรถไฟ เพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงพล และยุทธภัณฑ์สงคราม เพื่อข้ามไปประเทศเมียนมาร์ และทำสงครามกับชาติพันธมิตรที่ประเทศอินเดีย จึงเดินทางเข้าสำรวจ  

       ปากอุโมงค์ทางเข้าหลุมหลบภัย จะอยู่ที่ใต้คันดิน หน้ารั้วโรงเรียนกระบุรีวิทยา ห่างถนนเพชรเกษม อ.กระบุรี จ.ระนอง เพียง 20 เมตร นายจุฬา อ.โชติคุต และนายสุดแสน  พรากเพียร เพื่อนบ้าน ได้ใช้มีดพร้าทำการเปิดพงหญ้า และปากหลุมขนาดคนลอดเข้าไปได้ ก่อนจะมุดเข้าไปสำรวจ  ซึ่งภายในพบผนังดินถูกขุดเป็นรูปโดมลักษณะครึ่งวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางกว้าง 2.5 เมตร และสูง 2.5 เมตร สามารถบรรจุคนได้ 10-15 คน ส่วนผนังด้านในสุด เป็นช่องอุโมงค์ ขนาดกว้าง 0.5 เมตร สูง 1.50 เมตร แต่มีดินและหินปิดทับทางเข้า

       นายจุฬา ครูบำนาญชี้ว่า ตนเป็นศิษย์เก่าชั้นมัธยมศึกษาที่ 1 รุ่นแรก สมัยก่อสร้างโรงเรียน เคยเข้ามามุดอุโมงค์นี้เล่นกับเพื่อนๆ มีความยาวไม่ต่ำกว่า 30-40 เมตร ก่อนจะไปเชื่อมกับหลุมหลบภัยอื่นๆ ที่มีไม่ต่ำกว่า 10 หลุม รอบเนินเขา ตรงกลางสามารถไปโผล่สนามหญ้าหน้าโรงเรียน ตอนนั้นอายุประมาณ 15–16 ปี และเส้นทางอุโมงค์ จะอยู่ใต้พื้นดินที่ตั้งของโรงเรียนกระบุรีวิทยาในปัจจุบัน เดิมจะเป็นเนินเขา และที่ตั้งของค่ายทหารญี่ปุ่น ที่เข้ามาทำเส้นทางรถไฟ เชื่อมจากบ้านเขาสามแก้ว ตำบลนาชะอัง อำเภอเมืองจังหวัดชุมพร มาบ้านเขาฝาชี ตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2486 – พ.ศ. 2487

       ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันบูรณะ อนุรักษ์ อุโมงค์และหลุมหลบภัยที่ทหารญี่ปุ่นขุดไว้ เพื่อป้องกันการโจมตีทางอากาศ และรักษาไว้ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลัง ได้ทราบว่า สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้เคยสร้างเส้นทางรถไฟผ่านตรงจุดนี้ และบูรณะไว้ให้คนทั่วไปได้รู้จัก แม้กระทั่งคนกระบุรีเองยังไม่รู้ จะได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ของชาวอำเภอกระบุรี ต่อไป

       อุโมงค์และหลุมหลบภัยของทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่พบหน้าโรงเรียนกระบุรีวิทยานี้ ยังไม่มีหน่วยงานไหนทราบ หรือเข้ามาทำการพิสูจน์ นายจุฬา อ.โชติคุต ที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ข้างโรงเรียน พบปากทางเข้าอุโมงค์และหลุมหลบภัยเข้าโดยบังเอิญ หลังจากเคยเข้าไปในอุโมงค์นี้กว่า 50 ปีแล้ว จึงแจ้งผู้สื่อข่าวเข้าร่วมทำการพิสูจน์เบื้องต้น และในพื้นที่อ.กระบุรี ยังมีร่องรอย และหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางรถไฟในอดีต ซึ่งผู้สื่อข่าวจะทำการตรวจสอบเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาร่วมอนุรักษ์หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่สำคัญของชาติ ที่มีอายุร่วมกว่า 70 ปี (ข่าวสด 6 กุมภาพันธ์ 2558)



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Friday 06 Feb 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  จัดแสดงโบราณวัตถุคืนถิ่นกว่า 200 ชิ้น 64 คนอ่าน  
.
.

      
 ภาพ : เดลินิวส์

       กรมศิลปากรจัดนิทรรศการ"มรดกศิลป์คืนถิ่นมาตุภูมิ : โบราณวัตถุรับมอบจากสหรัฐอเมริกา" แสดงโบราณวัตถุรับมอบจากสหรัฐฯ กว่า 200 ชิ้น เปิดให้ประชาชนเข้าชมนาน 1 เดือน

       วันที่ 3 ก.พ. ที่พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง"มรดกศิลป์คืนถิ่นมาตุภูมิ : โบราณวัตถุรับมอบจากสหรัฐอเมริกา" โดยมีผู้แทนจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยร่วมงานโดยนายวีระ กล่าวว่า โบราณวัตถุส่วนใหญ่ที่นำมาแสดงอยู่ในยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์วัฒนธรรมบ้าน เชียงซึ่งรัฐบาลไทยโดย วธ. ได้รับมอบคืนจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาจำนวน 554 รายการเมื่อเดือนตุลาคม 2557 แล้วมอบให้กรมศิลปากรดำเนินการตรวจสอบจัดทำทะเบียน ซ่อมสงวนรักษา ตามกระบวนการทางพิพิธภัณฑสถานวิทยาและเก็บรักษาไว้ที่คลังพิพิธภัณฑสถานแห่ง ชาติ จ.ปทุมธานี ซึ่งโบราณวัตถุดังเหล่านี้แม้ว่าจะไม่ทราบที่มาแน่ชัด แต่ก็สามารถบอกเล่าเรื่องราวชีวิต ประเพณี พิธีกรรมตลอดเทคโนโลยีอันเป็นภูมิปัญญาของคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ได้ ดังนั้นนิทรรศการครั้งนี้จึงนับว่ามีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ด้านศิลป วัฒนธรรมซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ มานุษยวิทยาและวิทยาศาสตร์การอนุรักษ์อย่างมาก

       ด้าน นายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรต้องการเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการศึกษาวิเคราะห์และตีความโบราณ วัตถุสู่สายตาสาธารณชน ประกอบด้วย โบราณวัตถุกว่า 200 รายการ ซึ่งมีทั้งโบราณวัตถุที่เป็นของจริง และของที่ทำลอกเลียนแบบขึ้นมาความเป็นมาของการรับมอบโบราณวัตถุไขความลับ ชีวิตความเป็นอยู่ของคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์จากโบราณวัตถุและกระบวนการ จัดการโบราณวัตถุหลังจากที่ได้รับมอบมาแล้ว โดยกรมศิลปากรได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการเป็นเวลานาน 1 เดือน ระหว่างวันที่ 4 ก.พ. - 1 มี.ค.2558 (เดลินิวส์ 5 กุมภาพันธ์ 2558)



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Thursday 05 Feb 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  พบซากเรือโบราณในแม่น้ำแม่กลอง 59 คนอ่าน  
.
.

       ชาวบ้าน ต.หวายเหนียว อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี พบพบซากเรือโบราณจมอยู่ในแม่น้ำแม่กลอง คาดเป็นเรือไม้เก่าแก่ที่มีอายุนับร้อยปี เร่งประสานเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ     

       เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจาก นางอภิสมา โพธารากุล นายกเทศมนตรีตำบลท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ว่า มีชาวบ้านพบซากเรือโบราณจมอยู่ในแม่น้ำแม่กลอง บริเวณเยื้องศาลเจ้าตึกโพลงไม้ หมู่ 1 ต.หวายเหนียว อ.ท่ามะกา จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่ามีชาวบ้านกว่า 500 คน ต่างรอดูเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางน้ำภาค 7 ที่ลงไปงมซากเรือโบราณขึ้นมาฝั่ง ทั้งนี้หลังเจ้าหน้าที่ใช้เวลางมประมาณ 4 ชม. จึงสามารถกู้ซากเรือที่จมอยู่ในน้ำลึกประมาณ 3 เมตรขึ้นมาได้สำเร็จ จากการวัดขนาดซากเรือพบว่า มีความกว้าง 4 เมตร ยาว 10 เมตร จึงได้นำซากเรือโบราณขึ้นมาไว้บริเวณหน้าศาลเจ้าตึกโพลงไม้

       ด้าน นายสมศักดิ์  วงษ์ศีล สมาชิกสภาเทศบาลตำบลท่ามะกา เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งคนหาปลาว่าพบซากเรือโบราณ จึงได้ประกอบพิธีบวงสรวงโดยพระอาจารย์ยุคลธรณ์ ธัมมปุตโต เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์เจโต (วัดป่าเขาดิน) ต.หนองบัว อ.เมืองกาญจนบุรี จากนั้นได้ประสานไปยังกู้ภัยทางน้ำภาค 7 ให้มานำซากเรือโบราณขึ้นจากลำน้ำ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เคยมีคนหาปลางมมีดดาบเก่าแก่ซึ่งจมอยู่บริเวณเดียว กับที่พบซากเรือขึ้นมาได้ 5 เล่ม ซึ่งในช่วงนั้นตนก็ได้ฝันเห็นเจ้าพ่อปูเซียนมาเข้าฝัน บอกว่าจะนำมีดดาบมามอบให้ 5 เล่ม กระทั่งต่อมาก็มีคนหาปลานำมีดดาบสีทองอร่ามมามอบให้ตน 5 เล่มดังเช่นความฝัน ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องที่แปลก อย่างไรก็ตามสำหรับเรือโบราณที่พบ จะต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบ เพื่อหาอายุที่แท้จริงต่อไป แต่ในเบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีอายุราว 100 ปี (เดลินิวส์ 4 กุมภาพันธ์ 2558)



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Wednesday 04 Feb 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  ‘พระนคร’...แหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ 58 คนอ่าน  
.
.

       เขตพระนคร เขตพื้นที่เก่าแก่ของกรุงเทพมหานครถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์เมืองเก่า เนื่องจากพื้นที่เขตพระนครเต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์

       ‘พระนคร’...แหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ ชวนคนไทยเป็นเจ้าภาพดูแล

       เขต พระนคร เขตพื้นที่เก่าแก่ของกรุงเทพมหานครถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์เมืองเก่า เนื่องจากพื้นที่เขตพระนครเต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และสถาน ที่สำคัญด้านการเมืองการปกครองต่าง ๆ มากมายอาทิ พระบรมมหาราชวัง วัดวาอารามต่าง ๆ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยท้องสนามหลวง เป็นต้น และด้วยความเป็นแหล่งประวัติศาสตร์และเต็มไปด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลายทำให้ เขตพระนครกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ เรียกได้ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติหากมาท่องเที่ยวในประเทศไทยก็ต้องมาเยือน พื้นที่เขตพระนครอย่างแน่นอน

       และด้วยความเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ เป็นหน้าเป็นตาของกรุงเทพฯ ทำให้การดูแลพื้นที่จะต้องดำเนินการอย่างดีที่สุดซึ่งก็เป็นหน้าที่หลักของ ผู้อำนวยการเขตพระนครคือ นายสมชัย ไตรพิทยากุล ที่ต้องวางแผนดูแลประชาชนชาวพระนคร และดูแลพื้นที่สำคัญต่าง ๆ ให้เหมาะสม

       นาย สมชัยบอกเล่าว่า เขตพระนครถือเป็นเขตการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ โดยพื้นที่ เขตพระนครจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่วันละกว่า 10,000 คน จึงต้องให้ความใส่ใจดูแลความสะอาดความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพื้นที่รวมไป ถึงดูแลความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว อีกด้วย โดยที่ผ่านมาการดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยกทม. และเขตพระนคร ได้ดำเนินการจัดระเบียบ พื้นที่ต่าง ๆ และขอคืนทางเท้าให้แก่ประชาชน เนื่องจากพื้นที่ทางเท้าในอดีตจะเต็มไปด้วยกลุ่มหาบเร่แผงลอย ซึ่งส่งผลให้ประชาชนนักท่องเที่ยวไม่สามารถ สัญจรได้สะดวก เขตฯจึงได้ดำเนินการจัดระเบียบในหลายพื้นที่ อาทิ บริเวณท่าช้าง ท่าเตียน ริมคลองหลอด ถนนราชดำเนินซึ่งดำเนินการเรียบร้อยแล้วและเป็นที่พอใจของประชาชนและนักท่อง เที่ยวอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นเมืองท่องเที่ยวทำให้พื้นที่เขตพระนครเกิดกลุ่มมิจฉาชีพคอยหลอก ลวงเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ซึ่งตนก็พยายามดำเนินการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจัดการกับกลุ่มมิจฉาชีพ ดังกล่าวไม่ให้เอาเปรียบหลอกลวงนักท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวอย่างเขตพระนครได้

       “กรุงเทพ มหานครมีนโยบายมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวดังนั้นตนอยากเห็นประชาชนคนไทยใน ฐานะเจ้าของบ้านช่วยกันให้ความช่วยเหลือดูแล ไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ให้สมกับเป็นสยามเมืองยิ้มเพื่อให้นักท่องเที่ยวเหล่านั้นเกิดความประทับใจ และอยากกลับมาเยี่ยมเยือนเมืองไทยอีกครั้ง”. (เดลินิวส์ 3 กุมภาพันธ์ 2558)



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Tuesday 03 Feb 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  “ผามออีแดง” อุทยานฯ เขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา เงียบเหงา เหตุขึ้นค่าธรรมเนียม 64 คนอ่าน  
.
.

“ผามออีแดง” อุทยานฯ เขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา เงียบเหงา เหตุขึ้นค่าธรรมเนียมเข้าชมใหม่อีกกว่าเท่าตัวทั้งคนและยานพาหนะ ไม่เว้นแม้คนท้องถิ่น
       
       เมื่อวานนี้ (1 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นวันแรกที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารได้ติดประกาศเรื่อง การกำหนดอัตราค่าบริการสำหรับบุคคลที่เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยอัตราค่าบริการเดิม เด็กอายุ 3-14 ปี 10 บาท อัตราค่าบริการใหม่ 20 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท อัตราค่าบริการใหม่ 40 บาท ชาวต่างชาติ เด็กอายุ 3-14 ปี อัตราค่าบริการเดิม 50 บาท อัตราค่าบริการใหม่ 200 บาท ผู้ใหญ่ 100 บาท อัตราค่าบริการใหม่ 400 บาท (ASTVผู้จัดการ 2 กุมภาพันธ์ 2558)
       
       ส่วนอัตราค่าบริการยานพาหนะรถจักรยาน 10 บาท รถจักรยานยนต์ 20 บาท รถยนต์ 4 ล้อ 30 บาท รถยนต์ 6 ล้อ 100 บาท รถยนต์ 8-10 ล้อ 200 บาท
       
       โดยบรรยากาศในวันนี้ค่อนข้างเงียบเหงา ไม่มีนักท่องเที่ยวขึ้นมาเที่ยวคึกคักเหมือนที่ผ่านมา มีเพียงเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่อุยานแห่งชาติเขาพระวิหาร มาคอยอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว
       
       น.ส.หทัยชนก อินตะนัย อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 12 ต.ตาเกษ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารขึ้นค่าธรรมเนียมเข้ามาชมแพงขึ้นกว่าเดิมมาก แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ซึ่งตนคิดว่าน่าจะมีจุดขายมากกว่านี้ถึงจะคุ้มค่ากับเงินที่นักท่องเที่ยว เสียเพื่อเข้ามาเที่ยวชม ส่วนตนได้มาเที่ยวบ่อยแต่ในวันนี้เป็นวันแรกที่ขึ้นราคาค่าบริการและไม่ทราบ มาก่อนว่ามีการขึ้นราคา พอมาถึงหน้าด่านเจ้าหน้าที่ได้บอกว่ามีการขึ้นราคาค่าเข้าชมจากเดิม 20 บาทเป็น 40 บาท รถยนต์ 4 ล้อ 30 บาท ตนตกใจขนาดเป็นคนในพื้นที่ทำไมต้องเก็บค่าบริการแพงด้วย ซึ่งตนเห็นว่าหากเป็นคนในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษควรลดค่าธรรมเนียมลงมาเพื่อให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอีกแห่ง หนึ่งของประชาชน



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Monday 02 Feb 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  วัดบ้านเขื่องคำ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร กระทำพิธีพิธีหล่อยอดพระมหาธาตุเจดีย์ 31 คนอ่าน  
.
.

ที่ วัดบ้านเขื่องคำ ตำบลเขื่องคำ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเททองหล่อยอดพระมหาเจดีย์ที่ทางทายกทายิกาได้ ดำเนินการก่อสร้างขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีนายประวัติ ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน ตลอดจนทายกทายิกา ร่วมพิธีในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

นายประวัติ ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร กล่าวว่า สำหรับการก่อสร้างพระมหาเจดีย์ในครั้งนี้ เนื่องจากทายกทายิกาได้ดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2555 เป็นพระมหาเจดีย์ที่มีขนาดความกว้าง 85 เมตร ยาว 85 เมตร และสูง 85 เมตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสเฉลิมพระชน พรรษาเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา และขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างมาจนถึงชั้นที่ 5 แล้ว ทางวัดบ้านเขื่องคำจึงได้จัดพิธีทเทองหล่อยอดพระมหาเจดีย์โดยมีเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชมา เป็นประธานในพิธีเททองหล่อในครั้งนี้ โดยมีประชาชนทั้งใกล้และไกล ตลอดจนทายกทายิกาได้เดินทางมาร่วมทำบุญในพิธีเททองหล่อยอดพระมหาเจดีย์ใน ครั้งนี้เป็นจำนวนมาก (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 30 มกราคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Friday 30 Jan 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  ดันกระบี่เป็นเมืองศิลปะและวันฒนธรรม 37 คนอ่าน  
.
.

       วธ.ร่วมพัฒนากระบี่เป็นเมืองศิลปะและวัฒนธรรม หนุนซ่อมประติมากรรมสึนามิ“กอดฉันให้แน่น” ผลงาน หลุยส์ บูรชัวร์ ศิลปินหญิงชื่อก้องโลกชาวฝรั่งเศส เชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้ดี

       ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ และหารือกับคณะผู้บริหารราชการเมืองกระบี่ เรื่องการพัฒนาเมืองกระบี่เป็นเมืองศิลปะและวัฒนธรรม ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า เมืองกระบี่ถือเป็นเมืองที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นเมืองที่มีศิลปะโบราณมากกว่า 2,000 ปี ซึ่งเทศบาลเมืองกระบี่ได้นำเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาสร้างประติมากรรม ต่างๆ เช่น ช้าง เสือเขี้ยวดาบ นกอินทรี มนุษย์โบราณ รวมถึงประติมากรรมอื่นๆ ที่ออกแบบโดยศิลปินแห่งชาติเช่น ประติมากรรมเรือชีวิต โดยอาจารย์เดชา วราชุน ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ประติมากรรมน้ำใจ โดย ดร.กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ เป็นต้น

       ปลัด วธ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับการของบประมาณจากกลุ่มจังหวัดอันดามัน เพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์ลูกปัดอันดามัน และหอศิลป์อันดามัน นั้นได้รับความร่วมมือจากศิลปินแห่งชาติและศิลปินผู้มีชื่อเสียงในการจัด กิจกรรมอาร์ตเวิร์คช๊อป มาโดยตลอด และยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดในการสร้างกำแพงประวัติศาสตร์ เมืองกระบี่ ซึ่งในอนาคตเทศบาลจะดำเนินการสร้างประติมากรรมเพิ่มเติมด้วย ส่วนการปรับปรุงโรงภาพยนตร์มหาราช เป็นโรงละครของเทศบาลเมืองกระบี่นั้น วธ.จะช่วยออกแบบโรงละครและให้การสนับสนุนในการซ่อมแซมประติมากรรม“กอดฉันให้ แน่น”ซึ่งเป็นประติมากรรมที่สร้างสรรค์โดยศิลปินหญิงชื่อก้องโลกชาว ฝรั่งเศส”หลุยส์บูรชัวร์”ที่สร้างขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิในปี 2550 ซึ่งเกิดการชำรุดและทางจังหวัดกระบี่ได้นำผลงานไปเก็บรักษาไว้ในคลังของ จังหวัด อย่างไรก็ตามเมื่อซ่อมแซมเสร็จทางกระบี่ก็จะนำออกเผยแพร่ เพราะเชื่อว่าผลงานชิ้นนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัด กระบี่ได้เป็นอย่างดี.



.
. » ผู้บันทึก: MBJ
[บันทึกเมื่อ Thursday 29 Jan 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

ข่าวโบราณคดีฯ
ข่าวโบราณคดีฯ

2935 เรื่อง (294 หน้า, 10 เรื่องต่อหน้า)
[ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 | 55 | 56 | 57 | 58 | 59 | 60 | 61 | 62 | 63 | 64 | 65 | 66 | 67 | 68 | 69 | 70 | 71 | 72 | 73 | 74 | 75 | 76 | 77 | 78 | 79 | 80 | 81 | 82 | 83 | 84 | 85 | 86 | 87 | 88 | 89 | 90 | 91 | 92 | 93 | 94 | 95 | 96 | 97 | 98 | 99 | 100 | 101 | 102 | 103 | 104 | 105 | 106 | 107 | 108 | 109 | 110 | 111 | 112 | 113 | 114 | 115 | 116 | 117 | 118 | 119 | 120 | 121 | 122 | 123 | 124 | 125 | 126 | 127 | 128 | 129 | 130 | 131 | 132 | 133 | 134 | 135 | 136 | 137 | 138 | 139 | 140 | 141 | 142 | 143 | 144 | 145 | 146 | 147 | 148 | 149 | 150 | 151 | 152 | 153 | 154 | 155 | 156 | 157 | 158 | 159 | 160 | 161 | 162 | 163 | 164 | 165 | 166 | 167 | 168 | 169 | 170 | 171 | 172 | 173 | 174 | 175 | 176 | 177 | 178 | 179 | 180 | 181 | 182 | 183 | 184 | 185 | 186 | 187 | 188 | 189 | 190 | 191 | 192 | 193 | 194 | 195 | 196 | 197 | 198 | 199 | 200 | 201 | 202 | 203 | 204 | 205 | 206 | 207 | 208 | 209 | 210 | 211 | 212 | 213 | 214 | 215 | 216 | 217 | 218 | 219 | 220 | 221 | 222 | 223 | 224 | 225 | 226 | 227 | 228 | 229 | 230 | 231 | 232 | 233 | 234 | 235 | 236 | 237 | 238 | 239 | 240 | 241 | 242 | 243 | 244 | 245 | 246 | 247 | 248 | 249 | 250 | 251 | 252 | 253 | 254 | 255 | 256 | 257 | 258 | 259 | 260 | 261 | 262 | 263 | 264 | 265 | 266 | 267 | 268 | 269 | 270 | 271 | 272 | 273 | 274 | 275 | 276 | 277 | 278 | 279 | 280 | 281 | 282 | 283 | 284 | 285 | 286 | 287 | 288 | 289 | 290 | 291 | 292 | 293 | 294 ]

วารสาร รายสามเดือน เมืองโบราณ


นายรอบรู้ สารคดี ดอต คอมBenz Thonburi ธนบุรีประกอบรถยนต์ Viriyah Insurance วิริยะประกันภัย Ancient City เมืองโบราณ สมุทรปราการ

กองบรรณาธิการ วารสารเมืองโบราณ/ศูนย์ข้อมูลเมืองโบราณ
อาคารวิริยะประกันภัย สาขากรุงเกษม ชั้น 3 1242 ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100
Tel: +66 (0) 2225 4476, +66 (0) 2226 2856, และ +66 (0) 2223 0851 # 3005 Fax: +66 (0) 2226 2856