ค้นหา 
วารสาร เมืองโบราณ MuangBoran Journal: ข่าวโบราณคดีฯ

ค้นหาในหัวข้อนี้:   
[ กลับไปที่หน้าแรก | กรุณาเลือกหัวข้อใหม่ ]

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  จ.สุรินทร์ นำชมแหล่งท่องเที่ยวหมู่บ้านเครื่องเงินหมู่บ้านโชค อ.เขวาสินรินทร์ อาย 15 คนอ่าน  
.
.

       นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จังหวัดสุรินทร์ เป็นดินแดนด้านวัฒนธรรมที่เก่าแก่ และมีหมู่บ้านที่ทำเครื่องเงิน หรือ ประเกือม คำว่าประเกือม เป็นภาษาเขมร ซึ่งใกล้เคียงกับภาษาไทยว่า ประคำ ใช้เรียกเม็ดเงิน เม็ดทองชนิดกลม ที่นำมาร้อยเป็นเครื่องประดับ ประเกือม สุรินทร์ เป็นลูกกลมทำด้วยเงิน เช่นเดียวกับที่อื่นๆ แต่สิ่งที่แตกต่างคือ มีหลากหลายรูปแบบและลวดลาย เนื่องจากทำด้วยแผ่นเงินบางๆ ที่ตีเป็นรูปต่างๆ พร้อมกับอัดครั่งไว้ภายใน ทำให้สามารถแกะลายได้สะดวก ประเกือมมีตั้งแต่ขนาดเล็กที่สุดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณครึ่งเซ็นติเมตร ไปจนถึงขนาดใหญ่ประมาณ 2.5 - 3 เซ็นติเมตร มีหลายลวดลาย ได้แก่ ถุงเงิน หมอน แปดเหลี่ยม หกเหลี่ยม กรวย แมงดา กระดุม โอ่ง มะเฟือง ตะโพน ฟักทอง จารย์(ตะกรุด) ส่วนใหญ่จำลองมาจากธรรมชาติ เช่น ลายตาราง ลายกลีบบัว ลายดอกพิกุล ลายดอกจันทร์ ลายพระอาทิตย์ ลายดอกทานตะวัน ลายตากบ ประเกือมส่วนใหญ่จะรมดำเพื่อให้ลายเด่นชัด ความสวยงามของประเกือมจึงอยู่ที่ลายที่แกะด้านนอก และความแวววาวของเนื้อโลหะเงิน เส้นทางสู่หมู่บ้านเครื่องเงิน หมู่บ้านโชค ต.เขวาสินรินทร์ อำเภอเขวาสินรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ นับเป็นหมู่บ้านแรกที่ทำประเกือมขึ้น เมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว เชื่อว่าสืบทอดมาจากบรรพบุรุษที่อพยพมาจากเขมร

       โดยสมัยก่อนมีการทำทั้งเครื่องเงิน และเครื่องทองด้วย ต่อมาความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้น การผลิตก็ขยายตัวเกือบทั่วทั้งตำบลเขวาสินรินทร์ แต่บริเวณที่ยังคงเป็นสถานที่หลักที่มีผู้ประกอบการมากที่สุดคือ หมู่ที่ 3 บ้านโชค และหมู่ที่ 4 บ้านโชคหัวแรด ถ้าหากเราเดินทางจากเทศบาลเมืองสุรินทร์ข้ามทางรถไฟไปตามถนนสายสุรินทร์ - ร้อยเอ็ด ถึงหลัก กม. 14 ก็มีทางลาดยางเลี้ยวขวาจะมีป้ายบอกบ้านเขวาสินรินทร์ ” หมู่บ้านทอผ้าไหม ” อีกป้ายหนึ่ง ” หมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องเงิน ” พอเข้าไปได้ 2 กม. จึงถึงบ้านนาโพธิ์ เลยไปอีกประมาณ 2 กม. จะถึงบ้านเขวาสินรินทร์ ไปอีก 1 กม. จะถึงบ้านโชค และอีก 2 กม. จะถึงบ้านสดอทั้งหมดนี้ คือหมู่บ้านเครื่องเงินของจังหวัดสุรินทร์ (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 3 สิงหาคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Monday 03 Aug 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  วธ.ร่วมมือประเทศอาเซียนจัดโรดโชว์วัฒนธรรม 46 คนอ่าน  
.
.

       กระทรวงวัฒนธรรมพร้อมเปิดศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนแห่งแรกในอาเซียน เล็งผนึกกำลังทุกประเทศอาเซียนจัดโรดโชว์วัฒนธรรมอาเซียนทุกภูมิภาคทั่วโลก

       วานนี้ (28 ก.ค.) ที่หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม(วธ.) แถลงข่าวการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนว่า ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนของประเทศไทยถือเป็นแห่งแรกในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ตั้งอยู่บริเวณชั้น 3 ของหอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน ซึ่งจะนำเสนอเรื่องราวของอาเซียนผ่านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมาก มีการแบ่งพื้นที่จัดแสดงเป็น 6 โซน เพื่อสร้างองค์ความรู้ และความตระหนักรู้เรื่องอาเซียนรวมถึงความเชื่อมโยงด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม การสร้างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนอาเซียนตลอดจนนำไปสู่การสร้างบุคลากรทางด้านวัฒนธรรมของคนในอาเซียนด้วย 

       "ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ และหลังจากเปิดดำเนินการแล้ว จะมีการปรับปรุงและพัฒนาข้อมูลต่าง ๆ ให้ทันสมัยและน่าสนใจอยู่เสมอ ที่สำคัญเพื่อให้การขับเคลื่อนงานศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนในมิติวัฒนธรรมมีความชัดเจนยิ่งขึ้น วธ.ได้วางแผนจัดทำศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนในลักษณะชุดย่อยที่สามารถเคลื่อนย้าย ไปจัดแสดงในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศมีโอกาสเรียนรู้เช่นเดียวกับคนกรุงเทพฯด้วย  และในปีต่อไป วธ.จะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมอาเซียน ที่เป็นการรวมพลังของประเทศอาเซียน นำเสนอเทศกาลอาหาร เครื่องแต่งกาย การแสดง และการท่องเที่ยว จากนั้นในปีต่อไป วธ.จะร่วมกับทุกประเทศอาเซียนจัดโรดโชว์เกี่ยวกับวัฒนธรรมอาเซียนในกลุ่มประเทศนอกอาเซียน เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และจะขยายไปยังประเทศภูมิภาคอื่น ๆ ต่อไป”นายวีระกล่าว“ (เดลินิวส์ 29 กรกฎาคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Wednesday 29 Jul 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  ชาวสุพรรณบุรี ร่วมอนุรักษ์ สืบสานศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เฉลิมพระเกียรต 31 คนอ่าน  
.
.

       นายสุรชาติ นุกูลธรรม ผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี พร้อมด้วยแม่ขวัญจิตต์ ศรีประจันต์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงพื้นบ้าน-อีแซว) นักเรียนนักศึกษาและประชาชนทั่วไป ร่วมงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี โดยผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี กล่าวว่า สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ร่วมกับ วิทยาลัยนาฎศิลปสุพรรณบุรี จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเปิดโอกาสให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ได้รับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เพื่อเทิดพระเกียรติ แสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ องค์อุปถัมภ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติ ตลอดจนการเผยแพร่และสืบทอดศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏศิลป์ คนตรี คีตศิลป์ และศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ส่งเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ การอนุรักษ์สืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

       ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบด้วยการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การแสดงผลงานด้านทัศนศิลป์ การรำถวายพระพร การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอน พระคเณศเสียงา การเสวนาเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ อัครราชูปถัมภก มรดกวัฒนธรรมไทย การแสดงสร้างสรรค์ ชุด บันเทิงเริงรำลำนำเพลง จากวิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี การแสดงเพลงพื้นบ้าน โดยกลุ่มศิลปินเพลงพื้นบ้าน การแสดงรำวงย้อนยุค โดยกลุ่มแม่บ้านโพธิ์พระยา และการแสดงลิเก พรเทพ พรทวี ทั้งนี้ ได้รับความสนใจจากประชาชน นักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 28 กรกฎาคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Tuesday 28 Jul 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  ททท.ชวนอิ่มบุญใหญ่ ตักบาตรบนหลังช้าง หนึ่งเดียวในโลก ณ จังหวัดสุรินทร์ 36 คนอ่าน  
.
.

       นายชูเกียรติ โพธิโต ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว ร่วมชมและตักบาตรสร้างบุญเข้าพรรษา ในงาน “มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้างจังหวัดสุรินทร์” ประจำปี 2558 ในวันที่ 29–30 กรกฎาคม 2558 ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสืบทอดวัฒนธรรมประเพณี อันดีงามของชาวไทย รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ และ ททท. เชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวชมงาน “มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้างจังหวัดสุรินทร์” ประจำปี 2558 ด้วยกิจกรรมอันโดดเด่นหลากหลายตั้งแต่ในวันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2558 ชมขบวนแห่เทียนพรรษาที่ตกแต่งอย่างสวยงาม วิจิตรอลังการ จาก 12 คุ้มวัดชื่อดังในจังหวัด

       อาทิ วัดบูรพาราม พระอารามหลวงเฉลิมพระเกียรติ วัดศาลาลอยพระอารามหลวงวัดกลางสุรินทร์ ฯลฯ ชมขบวนฟ้อนรำศิลปวัฒนธรรมของชาวจังหวัดสุรินทร์จากนักแสดงนับร้อยชีวิต พร้อมขบวนแห่ช้างที่ยิ่งใหญ่นับ 87 เชือก ไม่ว่าจะเป็นขบวนช้างประดับสวยงาม ขบวนช้างเทิดพระเกียรติ ขบวนช้างพระเถระชั้นผู้ใหญ่ เป็นต้น และพลาดไม่ได้กับไฮไลท์งานบุญใหญ่ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2558 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ร่วมทำบุญตักบาตรบนหลังช้างหนึ่งเดียวในโลก ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง โดยมีพระเถระชั้นผู้ใหญ่นั่งบนหลังช้างออกรับบิณฑบาตแก่นักท่องเที่ยวให้ได้ร่วมใส่บาตรกันทุกคน

       นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองโบราณบ้านท่าสว่าง อำเภอเมือง เรียนรู้ภูมิปัญญาการย้อมสีผ้าไหมจากธรรมชาติของชาวสุรินทร์ และตื่นตาไปกับศิลปะการถักทอเส้นไหมอันสลับซ้อนดิ้นทองผสมผสานลายราชสำนักโบราณ จำนวน 1,416 ตะกอ หมู่บ้านช้าง อำเภอท่าตูม เรียนรู้วิถีชีวิตชาวกวยหรือกูย ความสัมผัสความผูกพันระหว่างคนกับช้าง ที่เลี้ยงช้างเป็นเสมือนดั่งสมาชิกในครอบครัว มากกว่าการเลี้ยงมุ่งเน้นการเลี้ยงช้างไปเพื่อการงานหรือธุรกิจ ปราสาทศีขรภูมิ อำเภอศีขรภูมิ ชมภาพสลักนางอัปสราหินทรายที่สวยและสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย

       สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจังหวัดสุรินทร์ ฝ่ายอำนวยการ โทร.0 4451 2039www.surin.go.th องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ โทร 044511975 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ โทร.0 4451 4447-8 E-mail :tatsurin@tat.or.thwww.tourismthailand.org หรือโทร.1672 (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 27 กรกฎาคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Monday 27 Jul 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  สปช.ด้านศิลปวัฒนธรรม เยี่ยมวิถีชีวิตลุ่มน้ำชี จ.อุบลราชธานี 28 คนอ่าน  
.
.

       วันที่ 24 ก.ค.58 นายเนาวรัตน์ พงไพบูลย์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยมศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรม และศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี โดยได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมวิถีชีวิตชาวลุ่มน้ำชี ทอผ้า จักสาน ทำนา หาปลา และรับฟังข้อมูลจากชุมชน ที่บริเวณ วัดพระธาตุสวนตาล, เส้นทางสายบุญ ขัวน้อย สะพานแห่งศรัทธา, โบราณสถานมรดกทางวัฒนธรรม ธรรมมาสน์สิงห์เทินบุษบก วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ และร่วมเวทีเสวนากับชาวชุมชนที่อาศัยริมฝั่งแม่น้ำชี ที่วันอัมพวันนาราม บ้านท่าศาลา

       โดยนายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ประธานคณะกรรมธิการฯ และศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง คณะกรรมาธิการ ในฐานะศิลปินแห่งชาติ ได้ร่วมกันแต่งบทกวีและวาดภาพมอบให้เป็นที่ระลึกแก่ชาวตำบลชีทวน พร้อมได้กล่าวถึงภารกิจสำคัญของคณะกรรมาธิการฯที่ลงพื้นที่ลุ่มน้ำชีครั้งนี้ ในประเด็นเรื่องของการอนุรักษ์และสืบสานวิถีชีวิตของคนในชุมชนเพื่อนำไปเป็นกรอบในการร่าง พระราชบัญญัติสภาศิลปะ วัฒนธรรมแห่งชาติ

       จากนั้นคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรม และศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ร่วมสัมมนากระบวนการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายทิศทางการปฏิรูปศิลปวัฒธรรมในอีก 10 ปีข้างหน้า ที่โรงแรมสุนีย์แกรนด์แอนด์คอนเว็นชั่นเซ็นเตอร์ เพื่อเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลและรับฟังความคิดเห็น ในการเปิดพื้นที่วัฒนธรรมเพื่อพัฒนาคุณค่า สู่มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคม กรณีศึกษา วัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง ชี มูล ฮีต12 คอง14 ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ต่อไป (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 26 กรกฎาคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Sunday 26 Jul 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  17 จังหวัดภาคเหนือ จัดแถลงข่าว ผนึกกำลังกระตุ้นกระแสนิยมผ้าทอไทย 30 คนอ่าน  
.
.

       สำนักงานพาณิชย์ 17 จังหวัดภาคเหนือ จัดแถลงข่าว ผนึกกำลังกระตุ้นกระแสนิยมผ้าทอไทย "อัตลักษณ์ผ้าทอภาคเหนือ ภูมิปัญญาแห่งแผ่นดิน"

       นางเฟื่องฟ้า ตุลาธรรมกุล พาณิชย์จังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า สำนักงานพาณิชย์ 17 จังหวัดภาคเหนือ ผนึกกำลังกระตุ้นกระแสนิยมผ้าทอไทย ภายใต้โครงการเสริมสร้างและเพิ่มช่องทางการตลาด อัตลักษณ์ภูมิปัญญาผ้าทอไทยและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องภาคเหนือ โดยมอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูนเป็นเจ้าภาพหลัก เพื่อรณรงค์ฟื้นฟูการใช้ผ้าทอไทยและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องให้กลับมาได้รับความนิยมและแพร่หลายเพิ่มขึ้น และเพิ่มช่องทางการตลาดของผ้าทอไทยและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องในภาคเหนือ ภายใต้งาน “อัตลักษณ์ผ้าทอภาคเหนือ ภูมิปัญญาแห่งแผ่นดิน” ระหว่างวันที่ 3 – 9 สิงหาคม 2558 ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ตการจัดงานครั้งนี้มีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของ 17 จังหวัดภาคเหนือ ผ้าตีนจก จากจังหวัดเชียงใหม่ ผ้าไหมยกดอก ผ้าฝ้ายทอมือ และผ้าทอกะเหรี่ยงจังหวัดลำพูน ผ้าไทลื้อจากพะเยา ผ้าหม้อฮ่อมและผ้าตีนจกจากจังหวัดแพร่ ผ้าทอบ้านหาดเสี้ยวจากจังหวัดสุโขทัย ผ้าทอลายน้ำไหลจากจังหวัดน่าน ผ้าชนเผ่าจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผ้าทอจากประเทศลาว การแสดงแฟชั่นโชว์ชุด “อัตลักษณ์ ภูมิปัญญาผ้าทอไทย ก้าวไกลสู่สากล” และนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ “มหาราชินีแห่งผ้าไทย” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2558  (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 25 กรกฎาคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Saturday 25 Jul 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระราชทานเทียนพรรษา แด่ วัดพระ 15 คนอ่าน  
.
.

       พุทธศาสนิกชนในเขต อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ร่วมพิธีถวายเทียน จำนำพรรษาพระราชทาน ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ที่วัด พระพุทธบาทตากผ้า อ.ป่าซาง จ.ลำพูน เพื่อให้พระสงฆ์ได้ใช้ประโยชน์ในช่วงเข้าพรรษา และสืบทอดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา

       เย็นวานนี้ ( 23 กรกฎาคม 2558 ) ด้วยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเล็งเห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติ จึงพระราชทานเทียนพรรษา แด่วัด พระพุทธบาทตากผ้า อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ซึ่งจังหวัดลำพูน ได้ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และพุทธศาสนิกชน ในเขตตำบลมะกอก จัดพิธีถวายเทียนจำนำพรรษาพระราชทาน โดยมี นาย อนันตพล บุญชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธี มี ข้าราชการในเขตอำเภอป่าซางพุทธศาสนิกชนในเขตตำบลมะกอก อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ร่วมพิธีถวายเทียนโอกาสนี้ พุทธศาสนิกชนชาวตำบลมะกอก ได้ ร่วมถวาย หลอดไฟ และ ปัจจัย จำนวน 5,238 บาท เพื่อ ให้พระสงฆ์ได้ใช้ประโยชน์ ในช่วงเข้าพรรษา เป็นการสืบทอดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ให้คงอยู่สืบไป (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ เขต 3 เชียงใหม่ 24 กรกฎาคม 2558)

 



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Friday 24 Jul 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  เริ่มแล้ววันนี้ประเพณีแข่งขันเรือยาวเข้าพรรษา ที่ จ.ชัยนาท 15 คนอ่าน  
.
.

       เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (22กรกฎาคม2558) จังหวัดชัยนาทจัดพิธีบวงสรวงศาลหลักเมือง บวงสรวงแม่คงคา เพื่อเป็นสิริมงคล วันเริ่มต้นงานประเพณีแข่งเรือยาวเข้าพรรษา ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยนางพรรณี งามขำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท นำหัวหน้าส่วนราชการ และชาวชัยนาทเข้าร่วมพิธี หลังจากนั้น ชาวชัยนาท ได้ร่วมกันนำขบวนแห่อัญเชิญถ้วยพระราชทาน จากบริเวณ แยกแขวงการทาง ไปตามถนนสายหลัก ผ่านศาลากลางจังหวัด ตลาดภาษีซุง สู่เวทีบริเวณเขื่อนเรียงหิน เจ้าหน้าที่ได้อัญเชิญถ้วยพระราชทานเข้าประจำที่

       หลังจากนั้น นางพรรณี งามขำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ถวายสักการะ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และ สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมถวายสดุดีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลถาวร ในการแข่งขันเรือยาวตั้งแต่ปี 2545 ในประเภท 30 ฝีพาย และพระราชทานถ้วยรางวัล ประเภท 40 ฝีพาย และ 55 ฝีพาย ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา ซึ่งชาวเรือและชาวชัยนาทรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้

       สำหรับประเพณีแข่งขันเรือยาวเข้าพรรษา ชาวชัยนาทร่วมกันจัดขึ้นตั้งแต่ ปี 2541 ที่บริเวณท่าน้ำหน้าวัดพระยาตาก การจัดแข่งขันครั้งนี้เป็นครั้งที่ 18 ระหว่างวันที่ 22-31 กรกฎาคม มีการจำหน่ายสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ OTOP มหกรรมอาหารสะอาดรสชาติอร่อย การแสดงศิลปวัฒนธรรม ดนตรีศิลปิน บริเวณเขื่อนเรียงหินและโดยรอบศาลากลางจังหวัด ส่วนการแข่งขันเรือยาวรอบคัดเลือกจะแข่งขันวันที่ 30 กรกฎาคม บริเวณท่าน้ำวัดพระยาตาก รอบชิงชนะเลิศแข่งขันวันที่ 31 กรกฎาคม บริเวณเขื่อนเรียงหินศาลากลางจังหวัด ซึ่งสนามการแข่งขันเรือยาวของจังหวัดชัยนาทได้รับการยอมรับเป็นสนามที่ได้มาตรฐานแห่งหนึ่งของประเทศ จึงได้รับความนิยมจากเรือยาวจากทั่วประเทศ ส่งฝีพายลงแข่งขันหนาแน่นทุกปี (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธุ์ 23 กรกฎาคม 2558)



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Thursday 23 Jul 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  เทศบาลนครเชียงใหม่เดินหน้าผลักดันเขตเมืองเก่าเชียงใหม่เข้าสู่การเป็นเมืองมรดกโลก 11 คนอ่าน  
.
.

       เทศบาลนครเชียงใหม่เดินหน้าผลักดันเขตเมืองเก่าเชียงใหม่เข้าสู่การเป็นเมืองมรดกโลก ออกเทศบัญญัติควบคุมความสูง รูปแบบและสีอาคาร ล่าสุดทาสีอาคารนำร่อง โดยสีตราจระเข้สนับสนุนสีทาอาคาร

       นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ พร้อมด้วยตัวแทนองค์กรที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว รวมพลัง ร่วมผลักดัน เมืองเชียงใหม่สู่เมืองมรดกโลก ณ ที่ทำการงานรักษาความสะอาดแขวงนครพิงค์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากที่คณะกรรมการองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก้ ณ ประเทศเยอรมัน พิจารณาเสนอรายชื่อเบื้องต้นที่เป็นอนุสรณ์สถาน สถานที่ต่างๆ และภูมิทัศน์ วัฒนธรรมของเมืองเชียงใหม่ เข้าอยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นของมรดกโลก ซึ่งเมืองเชียงใหม่เข้าเกณฑ์คุณค่าที่โดดเด่นเป็นสากลที่ยูเนสโก้กำหนด 4 ข้อคือ เป็นตัวแทนผลงานชิ้นเอกของอัจฉริยภาพของการสร้างสรรค์ของมนุษย์ มีการแสดงออกถึงความเปลี่ยนแปลงของคุณค่าต่างๆของมนุษย์ภายในช่วงระยะเวลาหนึ่ง มีลักษณะพิเศษของการสืบทอดวัฒนธรรม และเมืองที่คงไว้ซึ่งประเพณี วรรณกรรมที่โดดเด่น โดยก่อนหน้านี้เทศบาลนครเชียงใหม่ได้ออกเทศบัญญัติควบคุมความสูงของอาคารไม่เกิน 12 เมตร รูปแบบอาคารเป็นแบบล้านนาและสีของอาคารต้องเป็นสีเอิร์ธโทน คือสีขาว ครีมและน้ำตาล โดยนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่และตัวแทนองค์กรต่าง ๆ ได้ร่วมทาสีอาคารนำร่อง โดยการสนับสนุนสีจากบริษัทเซอรา ซีเคียวจำกัด สนับสนุนสีตราจระเข้ เพื่อทาสีอาคารดังกล่าวนำร่อง ขณะที่ธนาคารกรุงไทยสำนักงานเขต 1 เชียงใหม่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานเขตพื้นที่ท่าแพ ก็พร้อมเปลี่ยนสีอาคารเพื่อรองรับเมืองมรดกโลกด้วยเช่นกันสำหรับการดำเนินการดังกล่าวเพื่อเตรียมพร้อมรองรับคณะกรรมการ ยูเนสโก้มาตรวจ ซึ่งอาจจะใช้เวลาระยะหนึ่ง โดยสถานที่ที่ถูกนำเสนอในเชียงใหม่ประกอบด้วย เวียงกุมกาม วัดเจ็ดยอด วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารและเขตคูเมืองเชียงใหม่ (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธุ์ เขต 3 เชียงใหม่ 22 กรกฎาคม 2558)

 



.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Wednesday 22 Jul 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

. . .
ข่าวโบราณคดีฯ »  ยกย่อง'รามเกียรติ์'เป็นวรรณคดีแห่งชาติ 62 คนอ่าน  
.
.


       กรมศิลปากร ประกาศยกย่องบทละครเรื่อง “รามเกียรติ์” พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นวรรณคดีแห่งชาติ วานนี้(20 ก.ค.) ที่สำนักหอสมุดแห่งชาติ นายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ปี 2558 นี้ คณะกรรมการวรรณคดีแห่งชาติ มีมติเป็นเอกฉันท์ ประกาศยกย่องบทละครเรื่อง "รามเกียรติ์” พระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นวรรณคดีแห่งชาติ และกำหนดจัดการบรรยายทางวิชาการเรื่องรามเกียรติ์ ประกอบการสาธิตและการแสดงโขนขึ้น เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ และพระปรีชาญาณอันล้ำเลิศที่ทรงพระราชนิพนธ์วรรณคดีที่มีคุณค่าทางวรรณศิลป์และด้านนาฏยศาสตร์ ในวันที่ 6สิงหาคมนี้ ณ โรงละครแห่งชาติ “ ปี 2558 ยังเป็นปีที่รัฐบาลมีนโยบายเกี่ยวกับอาเซียน ซึ่งงานวรรณคดีที่เป็นจุดรวมของอาเซียนได้ คือ เรื่องรามเกียรติ์ มีอยู่เกือบทุกประเทศแม้จะมีที่มาที่ไปต่างกันบ้าง แต่ถือเป็นอัตลักษณ์ร่วมให้กลุ่มประเทศอาเซียนหยิบยกนำไปใช้แลกเปลี่ยนกันในเรื่องเนื้อหา ศิลปะการแสดง รวมถึงคติความเชื่อ ซึ่งจะทำให้เกิดการเชื่อมโยงและยึดโยงในกลุ่มประชาคมอาเซียนให้เห็นถึงความเป็นไปของคนในอาเซียนได้ และจะเป็นจุดกำเนิดในการคิดต่อหรือต่อยอดงานด้านต่างๆอย่างแพร่หลายต่อไป โดยกรมศิลปากร จะนำเรื่องนี้มาใช้สานสัมพันธ์" อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ ประธานคณะกรรมการวรรณคดีแห่งชาติ กล่าวว่ารามเกียรติ์ ถือเป็นวรรณคดีอมตะ อ่านไม่รู้เบื่อ อ่านได้ทุกสมัย ซึ่งพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์ เป็นวรรณคดีสำคัญที่มีคุณค่า ทั้งด้านวรรณศิลป์ และให้ความรู้เกี่ยวกับสังคมและประเพณีวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชื่อเรื่องพระมหากษัตริย์คือพระนารายณ์ที่อวตารลงมาปราบยุคเข็ญในโลกมนุษย์ เป็นเรื่องที่ให้ทั้งความสนุกสนานเพลิดเพลินและคติธรรม เน้นเรื่องธรรมะย่อมชนะอธรรม และความประพฤติของตัวละครที่ต้องตามทำนองคลองธรรม (เดลินิวส์ 21 กรกฎาคม 2558)

 


.
. » ผู้บันทึก: mbj
[บันทึกเมื่อ Tuesday 21 Jul 15 @ 09:00]
(read more -- click มีต่อ... | หมวด: แตกประเด็น | จำนวน: 0)  
.
.
 

ข่าวโบราณคดีฯ
ข่าวโบราณคดีฯ

3019 เรื่อง (302 หน้า, 10 เรื่องต่อหน้า)
[ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 | 55 | 56 | 57 | 58 | 59 | 60 | 61 | 62 | 63 | 64 | 65 | 66 | 67 | 68 | 69 | 70 | 71 | 72 | 73 | 74 | 75 | 76 | 77 | 78 | 79 | 80 | 81 | 82 | 83 | 84 | 85 | 86 | 87 | 88 | 89 | 90 | 91 | 92 | 93 | 94 | 95 | 96 | 97 | 98 | 99 | 100 | 101 | 102 | 103 | 104 | 105 | 106 | 107 | 108 | 109 | 110 | 111 | 112 | 113 | 114 | 115 | 116 | 117 | 118 | 119 | 120 | 121 | 122 | 123 | 124 | 125 | 126 | 127 | 128 | 129 | 130 | 131 | 132 | 133 | 134 | 135 | 136 | 137 | 138 | 139 | 140 | 141 | 142 | 143 | 144 | 145 | 146 | 147 | 148 | 149 | 150 | 151 | 152 | 153 | 154 | 155 | 156 | 157 | 158 | 159 | 160 | 161 | 162 | 163 | 164 | 165 | 166 | 167 | 168 | 169 | 170 | 171 | 172 | 173 | 174 | 175 | 176 | 177 | 178 | 179 | 180 | 181 | 182 | 183 | 184 | 185 | 186 | 187 | 188 | 189 | 190 | 191 | 192 | 193 | 194 | 195 | 196 | 197 | 198 | 199 | 200 | 201 | 202 | 203 | 204 | 205 | 206 | 207 | 208 | 209 | 210 | 211 | 212 | 213 | 214 | 215 | 216 | 217 | 218 | 219 | 220 | 221 | 222 | 223 | 224 | 225 | 226 | 227 | 228 | 229 | 230 | 231 | 232 | 233 | 234 | 235 | 236 | 237 | 238 | 239 | 240 | 241 | 242 | 243 | 244 | 245 | 246 | 247 | 248 | 249 | 250 | 251 | 252 | 253 | 254 | 255 | 256 | 257 | 258 | 259 | 260 | 261 | 262 | 263 | 264 | 265 | 266 | 267 | 268 | 269 | 270 | 271 | 272 | 273 | 274 | 275 | 276 | 277 | 278 | 279 | 280 | 281 | 282 | 283 | 284 | 285 | 286 | 287 | 288 | 289 | 290 | 291 | 292 | 293 | 294 | 295 | 296 | 297 | 298 | 299 | 300 | 301 | 302 ]

วารสาร รายสามเดือน เมืองโบราณ


นายรอบรู้ สารคดี ดอต คอมBenz Thonburi ธนบุรีประกอบรถยนต์ Viriyah Insurance วิริยะประกันภัย Ancient City เมืองโบราณ สมุทรปราการ

กองบรรณาธิการ วารสารเมืองโบราณ/ศูนย์ข้อมูลเมืองโบราณ
อาคารวิริยะประกันภัย สาขากรุงเกษม ชั้น 3 1242 ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100
Tel: +66 (0) 2225 4476, +66 (0) 2226 2856, และ +66 (0) 2223 0851 # 3005 Fax: +66 (0) 2226 2856